รีเซต

สุดเอ็กซ์คลูซีฟ! คชา นนทนันท์ จากหนุ่มน้อยสุดดื้อ สู่เพลงแรกที่ทำเองทุกขั้นตอน และความเป็นตัวตน

สุดเอ็กซ์คลูซีฟ! คชา นนทนันท์ จากหนุ่มน้อยสุดดื้อ สู่เพลงแรกที่ทำเองทุกขั้นตอน และความเป็นตัวตน
MusicHot
13 กรกฎาคม 2565 ( 14:50 )
522

ห่างหายไปจากการทำเพลง 2 ปี สำหรับหนุ่มมาดติสท์ คชา นนทนันท์ ล่าสุดเจ้าตัวได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ spare เมื่อไหร่ก็มานะ แต่เพลงนี้ไม่ใช่เพลงธรรมดา เพราะเขาตัดสินใจออกมาทำเพลงเองอย่างเต็มตัวทุกขั้นตอน ซึ่ง คชา ในวันนี้มีความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด และประสบการณ์ในวงการกว่า 10 ปี ทำให้เขาแข็งแกร่ง และนำประสบการณ์ทั้งหมด รวมถึงความเป็นตัวตนของเขา นำมาใส่ไว้ในเพลงแรก กับก้าวแรกของบทบาทใหม่ในเพลง spare เมื่อไหร่ก็มานะ ซึ่งทาง TrueID Music ได้มีโอกาสพูดคุยกับหนุ่ม คชา แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเจ้าตัวได้เผยถึงการทำเพลง และบทบาทหน้าที่ใหม่ ในเพลงนี้ไว้ว่า 

 

เนื้อเพลง SPARE เมื่อไหร่ก็มานะ 

 

ฟังเพลงออนไลน์ เพลง SPARE เมื่อไหร่ก็มานะ  บน TrueID คลิก : https://ttid.co/UAnK/y3jlrx5h 

 

 

ความเป็นมาของเพลง?
อยากจะเริ่มทำมาตั้งนานแล้ว แต่เจอโควิดก็เลยทำให้เพลงไม่สามารถปล่อยมาได้ บวกกับเราหมดสัญญากับทางค่ายพอดีก็เลยลงมือทำเพลงเมื่อไหร่ก็มานะเองเลยครับ

เพลงออกไปแล้วแฟนให้การตอบรับว่ายังไงบ้าง?
ผมรู้สึกดีใจครับที่ได้เห็นการตอบรับจากแฟนๆ ที่แฟน ๆ รอเรา เพราะเราก็รอแฟน ๆ เหมือนกัน เพราะมันเป็นช่วงที่เจอกันยากโควิดด้วย การตอบรับของพวกเขาเลยทำให้เราชื่นใจมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์เพลงหรืออะไรก็ตามครับ รู้สึกว่าดีมาก ๆ เลย

เห็นว่าเพลงนี้เปลี่ยนลุคเราไปเลย?
ใช่ครับ พอเราออกมาทำเองเราก็มีหลาย ๆยอ่างที่เราได้เคยลิสไว้ว่าเราอยากทำดู ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ครับ 

ใช้เวลากับเพลงนี้นานมั้ยกว่าจะออกมาให้แฟน ๆ ได้เห็นกัน?
เวลากับเพลง ๆนี้ ประมาณเดือนสองเดือนครับ เพราะว่าทำตั้งแต่ไอเดียเริ่มทำดนตรี เวลาก็จะอยู่ประมาณสองเดือนครับ  แต่เป็นอะไรที่แบบเข้มข้นมากครับ ส่วนตัว MV เองตอนที่คิดโปรดักชั่นก็นานนะครับ ด้วยความที่ตัวผมเองก็ไม่เคยทำมาก่อนต้องคอยเรียนรู้ไปว่าโพรเซสมันคืออะไรต้องตัดสินใจอะไรยังไงบ้างก็ประมาณนั้นครับ แต่พอตัดสินใจเสร็จพอมาถ่ายก็ไม่ได้เพราะว่าวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว

ความเป็นตัวตนของคชาเองได้นำมาใส่อะไรในเพลงนี้บ้าง?
น่าจะมีอยู่ในหลาย ๆ จุดของเพลง เนื้อหาของเพลงก็มาจากตัวเรา พอมีเนื้อหาของเพลงเราก็ได้เริ่มทำ ไปคุยกับทางทีม เนื้อหาก็จะมีความเป็นตัวเรา ทั้งเรื่องของวิธีการร้อง ในเรื่องของแนวดนตรี มันมาจากในตัวเรา หลาย ๆ สิ่งที่เราชอบครับ นำมารวมกันเลยมาเป็นตัวเรา

การแต่งตัวใน MV ออกแนว Unisex ด้วยตัวคชาเองมีมุมมองยังไง?
ผมแค่รู้สึกว่า เราจะแต่งอะไรก็ได้ มันเป็นสิทธิ์พื้นฐานของตัวเราเองเราจะใส่แบบไหน แต่แบบไหน หลัง ๆ มาผมก็รู้สึกว่าผมสนุกขึ้นในการแต่งตัว จัดนู้นนี้นั้นมาแมทช์กันนะครับ ก็เลยรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ดีเหมือนกัน แต่อย่างใน MV ผมก็ได้ใส่ความเป็นตัวตนของผมเข้าไปเยอะมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นดีเทลบนสูทเอย มันมีอยู่ในชุดนั้นหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นไอเดียของเรา กับสิ่งที่เราอยากจะทำมันออกมา 

ถ้าพูดถึงคำว่า Unisex ความหมายของตัว คชา เองคืออะไร?
ผมว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องมีกรอบ มันไม่ได้มีกรอบแล้วนะครับว่า กรอบหรือขนบเดิม ๆ ที่ว่าผู้ชายต้องใส่แบบนี้เท่านั้นนะ แบบนี้โอเค แบบนี้เขาเรียกว่าเป็นชุดทางการ หรือแบบนี้เรียกว่าเป็นชุดไปเที่ยวผมว่ามันอาจจะไมได้แบบถูกฟรีชหรือถูกล็อคไว้ขนาดนั้นแล้วครับ เพราะอย่างที่ผมเคยบอกไปก็คือมันเป็นร่างกายของตัวเราเอง เราเลือกที่ใส่อะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของเราก็ได้ผมคิดแบบนั้นนะ ถ้าพูดเรื่องนี้ก็น่าจะแบบยืดยาวและยาวยืดแน่นอนครับ 

ตอนนี้ คชา อาจจะมีหนึ่งในไอดอลของการแต่งตัว คชา มีคำแนะนำอะไรกับน้อง ๆ บ้างมั้ย?
เอาจริง ๆ ผมก็ไม่ได้รู้เยอะไปกว่าน้อง ๆ ผมเชื่อว่า น้อง ๆ สมัยนี้เก่งกว่าอีก เพราะผมเชื่อว่าน้อง ๆ สมัยนี้เก่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งตัว ในเรื่องของการแม็ทซ์ หรือในเรื่องของการดูเทรนด์นู้นนี้นั้น ถ้าถามว่าจะมีอะไรแนะนำก็คือแต่งตัวให้สนุกเข้าไว้ครับ แต่งตัวให้เรารู้สึกว่าเรามั่นใจเราพราวด์ ในสิ่งที่เราใส่ ใส่แล้วเรามั่นใจ ใส่แล้วเรามีความสุขก็น่าจะโอเคนะครับ 

พอแฟน ๆ เขาได้เห็นเราในลุคใหม่เขาว่ายังไงกันบ้าง?
เขาก็ตื่นเต้นแหละ เพราะว่าเขาก็ไม่ได้เห็นเรานาน เขาก็แบบว้าวเพราะว่าตอนนั้นผมยาวด้วย แล้วเขาก็บอกว่าอยากให้ไว้ผมยาวต่อ แต่ผมก็บอกว่าไม่ทันแล้วจ้ะ ตัดไปแล้ว (หัวเราะ) 

แฟน ๆ ชมมิวสิควีดีโอภาพสวยรู้สึกยังไงบ้าง?
รู้สึกดีใจมาก ๆ เลยครับ ดีใจแทนทีมงานทุกคนด้วย มีทั้งชมในตัว MV และตัวเนื้อเพลงว่าชอบนะ ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ เลยครับ แล้วก็ขอบคุณมาก ๆ ที่เห็นผลงานของเราชื่นชอบผลงานของเรา 

เราปรับตัวเยอะไหมในการทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะเมื่อก่อนเราอาจจะมีคนคิดให้ทุกอย่าง ตอนนี้เราทำเองหมดทุกขั้นตอนแล้ว?
สำหรับผมนะครับผมรู้สึกแอคทีฟมากขึ้น เพราะมันจะมีงานที่ส่วนที่เรายังไม่เคยรู้เราต้องสงสัยตรงนั้นมากยิ่งขึ้น หรือว่าต้องเกาะติดกับมันหน่อย จะมาชิล ๆ ก็ แต่ว่ามันก็ทำได้แหละ แต่งานมันก็จะไม่เดินครับ ก็เลยรู้สึกว่าเราไม่ทำแบบนั้นดีว่า 

โควิดมันทำให้เรามีปัญหาหรือมีอุปสรรคอะไรมั้ย?
จริง ๆ ตอนที่เริ่มกลับมาทำงานเพลง มันเป็นช่วงที่โควิดกลับมาระบาดมันเริ่มเบาลงแล้ว ในเรื่องของมาตรการมันก็ไม่ได้แบบแน่นเหมือนเดิม ตอนทำงานมันก็เลยไม่ได้มีอุปสรรคหรือยากขนาดนั้น 

อย่างเพลงนี้มันเปลี่ยนหรือต่างจากเพลงก่อน ๆ ของเรายังไงบ้าง?
ผมว่ามันเปลี่ยนไปหลายจุดเลยครับ ในเรื่องของวิธีการคิด กระบวนการคิดในการทำงานก็เปลี่ยนไปครับ ด้วยความที่เรามาทำเองด้วย มันก็ต้องเปลี่ยนตรงนั้นอยู่แล้ว วิธีร้องที่เปลี่ยนไป ซึ่งเราก็อยากลองดูแล้วไปหาทำว่าถ้าเกิดเราลองทำดูแล้วเปลี่ยนวิธีร้องมันจะเป็นยังไงบ้างครับ ดนตรีก็เปลี่ยนครับ เพราะเมื่อก่อนจะออกแนวฮิปฮอปหน่อย ๆ แต่อันนี้จะไม่เหมือนครับ โดนรวมก็คิดว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปหลายจุดครับ 

งานมีตติ้งที่ผ่านมาเจอแฟน ๆ แล้วเป็นยังไงบ้าง?
สนุกมากครับ ด้วยความที่เราก็ไม่ได้เจอแฟน ๆ นานแล้วด้วย มันก็จะแบบผมก็ไม่ได้กักแรงตัวเองไว้ พอเจอแฟน ๆ ก็อยากเจอ อยากทำด้วยทุกกิจกรรมเลย ไปถึงแต่งหน้าก็เดินลุย ๆ พอเสร็จงานก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกันครับ เพราะว่าไม่ได้นั่งพักเลย แต่มีความสุขมาก ๆ ครับ เพราะว่าเราไม่ได้เจอกันมานาน 2 ปีแล้วครับ

ส่วนหนึ่งที่เราประสบผลสำเร็จได้ขนาดนี้ก็เป็นเพราะแฟน ๆ ด้วย อยากจะบอกอะไรกับแฟน ๆ มั้ย?
ถ้าจะมองว่าก้าวกระโดดมันก็ยังไม่ได้ก้าวกระโดดขนาดนั้น แต่มองว่ามันเป็นสเต็ปเล็ก ๆ ที่เราค่อย ๆ ไป ซึ่งมันจะไปได้ไม่ขนาดนั้นแน่นอน ถ้าไม่มีแฟน ๆ คอยซัพพอร์ท เพราะอย่างไปทำงานหรืออะไรแบบนี้แฟน ๆ คือแรงผลักดันที่สำคัญจริง ๆ ถ้าอยากจะบอกอะไรก็คือขอบคุณครับที่ติดตามกันหรืออยู่ด้วยกัน ก็อยากให้อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ มีหลาย ๆ ไอเดียที่มีอยู่ในหัว และยังไม่ได้ทำ ก็ให้ติดตามกันต่อไปนะครับ ขอบคุณมาก ๆ 

จากนี้เราจะมีผลงานหรือโปรเจคก์อะไรอีกมั้ย?
ก็จะมีช่อง Youtube ครับ ทำแบบพวกรีแอคชั่น หลังจากนั้นก็จะมีซิงเกิ้ลที่ 2 ปล่อยมาให้ฟังกันครับ 

ไม่ว่าจะด้วยการทำงานเพลงหรืองานซีรีส์ แล้วเราก็ขยับขึ้นมาในการทำเพลงเองทุกอย่างด้วย ในการวางแผนหรือการคิดต้องคิดหรือวางแผนมันมีขั้นตอนมากขึ้นมั้ย หรือแบ่งเวลายังไง?
คือด้วยตัวผมเอง ตัวคนเดียวเราไม่ได้แบ่งเวลาได้ดีขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเซ็ตทีมหรือจัดทีมมา เพราะเรารู้ว่าอันไหนเราถนัดไม่ถนัดเราก็ต้องวางแผนครับ แล้วสำหรับการคิดและการวางแผนมันมีขั้นมากขึ้นมั้ย สำหรับตัวผมมีครับ เพราะเมื่อก่อนสิ่งที่ผมจะรับผิดชอบคือเรามีพาร์ทที่เราต้องรับผิดชอบ ถ้าเพลงไหนเราต้องเจียนเพลงด้วย เราก็จะเพิ่มพาร์ทในการเขียนเพลง วันนี้ถ่าย MV เราก็ต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมนะ แต่พอเราออกมาทำเพลงเองมันมีหลายจุดเพิ่มขึ้น ตั้งแต่โปรดักชั่นทั้งงานเราจะเอาใครมาถ่าย มันต่างกันมากครับ มันต่างกันเยอะมาก 

ออกมาทำเพลงเองแบบนี้ ได้แพลนก้าวต่อไปของเราไว้ยังไงบ้าง?
ก็มีแพลนอยู่แล้วครับ เป็นแพลนแบบในปีนี้เราจะทำอะไร เราจะปล่อยผลงานชิ้นไหนออกมาบ้าง แล้วก็มีแพลนคร่าว ๆ ไว้สำหรับปีหน้าครับผม ก็จะมีเพลงที่ 2 ออกมาก็อีกประมาณ 2-3 เดือนครับ 

เกริ่น ๆ ได้มั้ยว่าซิงเกิ้ลที่ 2 ออกมาจะเป็นแบบไหน?
แพลนไว้แล้วครับ แต่ยังไม่อยากบอกเลย เอาไว้ว่าอยากให้โฟกัสกับเมื่อไหร่ก็มานะก่อนครับ แล้วเพลงที่ 2 ค่อยมาว่ากันอีกทีครับ (จะเป็นเพลงเศร้ามั้นหรือยังไง?) ในส่วนของเนื้อหาผมขอเก็บไว้ก่อนครับ แต่ว่าในทุก ๆ เพลงที่ทำออกมามันน่าจะมีความแตกต่างกันอยู่าแล้วครับ ไม่งั้นมันจะมีความใกล้เคียงกันมันจะดูไม่ค่อยต่าง (จะเป็นออกแนวเต้นมั้ย?) อันนี้ผมเคยพูดไว้แล้วครับว่า ถ้าเป็นเพลงเต้นต้องไปดูเอาในคอนเสิร์ตครับ แฟน ๆ ก็พูดมาเยอะเหมือนกัน แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราไม่ถนัด ถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบและเราถนัดก็ได้ครับ แต่ว่าถ้าเราต้องทำทุกครั้งที่เราต้องไปแสดงหรือไปโชว์ ก็ไม่ใช่ทางของเราครับ 

ตัวตนของ คชา ที่อยากถ่ายทอดให้แฟน ๆ ได้รู้ ในแนวเพลงที่ทำออกมาอยากสื่อสารออกมาเป็นแนวไหน?
ก็จะเป็นยุค 80 ครับ เราเกิดไม่ทันหรอก แต่ว่าคุณแม่เปิดให้เราฟัง เราฟังแล้วเรารู้สึกมีความสุข เราฟังแล้วเรารู้สึกว่าชอบรู้สึกว่าเป็นตัวเราเองได้เต็มที่ในเพลงแนวนี้ ก็เลยอยากจะหยิบแนวเพลงนี้มาใส่ครับ (จะพูดได้มั้ยว่าถ้านึกถึงคชาให้นึกถึงแนวดนตรี80ได้?) ผมว่าก็ไม่ใช่เสมอไปครับ เราไม่อยากเอาตัวเองไปผูกมัดกับอะไรไว้ซะขนาดนั้นดีกว่า เรียกได้ว่าเป็นเสี้ยวหนึ่งหรือส่วนหนึ่งที่เราชอบดีกว่าครับ มันก็นึกได้แหละแต่ไม่ใช่ทุกครั้งไง เพราะว่าถ้านึกถึงเราต้องนึกถึง 90 ทุกครั้ง หรือ 80 ทุกครั้งก็จะแบบวันไหนเราไม่ได้ทำแนวดนตรีนี้ขึ้นมาภาพมันก็จะออกมาแปลก ๆ 

อนาคตจะมีเพื่อน ๆ มาร่วมฟีเจอริ่งด้วยไหม อาจจะมี เต๋า เศรษฐพงศ์ มาร่วมด้วย?
ตอนนี้ยังไม่มีแพลนชัดเจนครับว่าจะเอาใครมาร่วมฟีเจอริ่ง แต่ว่าก็มีความอยากอยู่ในตัวครับ ก็มีคิด ๆ ไว้ครับผม (เรียกว่าอาจจะมีเซอร์ไพรส์ใหญ่?) ไม่กล้าบอกว่าเซอร์ไพรส์มั้ย เดี๋ยวบอกไปว่าเซอร์ไพรส์ พอทำออกมา อ้าว! ไม่เซอร์ไพรส์เดี๋ยวจะผิดหวังกัน เอาเป็นว่ามีแพลนแบบนี้อยู่ในหัว 

จากการที่เดินทางในเอเอฟ จนถึงตอนนี้ คชา เองโตขึ้นมาก เรามีการเรียนรู้อะไรยังไงบ้างให้มาถึงจุดนี้ได้?
ถ้าพูดถึงการเรียนรู้ ผมว่ามันมีการเรียนรู้ในความที่เราลืมตาขึ้นมา ตอนที่เราไปทำงาน มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนเราในทันทีเลย แต่มันเป็นการเรียนรู้สิ่งเหล่านั้น แล้วสิ่งเหล่านั้นมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนเราไปทีละนิด ๆ ครับ จากประสบการณ์ของผมนะครับใน 10 ปีที่ผ่านมา 

นอกจากผลงานเพลงและซีรีส์ตอนนี้ คชา มีผลงานอะไรให้แฟน ๆ ติดตามอีกมั้ย?
ก็มีครับ มีช่อง Channel Youtube ของตัวเอง เป็นการร้องเพลงเป็นหลัก แล้วก็มีอีกช่องหนึ่งทีเป็นการรีแอคซีรีส์ รีแอคมิวสิควีดีโออีกช่องหนึ่ง อย่างถ้าผมเอาเพลงมา COVER ลงในช่องผม ถ้าถามว่าผมเลือกเพลงอะไรแบบไหน ก็จะเลือกแล้วแต่ช่วงแล้วแต่อารมณ์ตอนนั้นเลยครับ มันแล้วแตจริง ๆ เลยนะ อย่างบางเพลงเป็นความชอบของเราเอง อย่างบางเพลงคนอื่นบอก เออเพลงนี้มันน่าลองนะ ลองฟังดูก่อนมั้ย หลาย ๆ คนกำลังอินกับเพลงนี้หรือซีรีส์เรื่องนี้ เราก็เอาสักหน่อยซิ ว่าเราลองแล้วมันจะเป็นยังไง มันก็เป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นไปด้วยครับ

ทำไมถึงคิดที่อยากจะทำช่องแบบรีแอคหรือช่อง COVER ขึ้นมา?
ผมว่าศิลปินทุกคนก็ต้องมี ควรจะมีเลยแหละครับ สำหรับช่องการปล่อยผลงานนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจหรอกว่ามันจะต้องปล่อยผลงาน COVER มันจะเป็นรวมทุกผลงานที่เราได้ทำขึ้นมาครับ ผมว่าตอนนี้มันเป็นเรื่องปกติหรือเรื่องธรรมดาแล้วครับ ที่ศิลปินจะมีช่องทางแบบนี้ในการปล่อย 

คาดหวังการเติบโตของช่องแค่ไหน?
ก็อยากให้มันเติบโตไปเรื่อย ๆ ถ้าพูดในภาพรวมเลย ก็อยากให้คอนเทนต์มันแข็งแรงขึ้น ระบบอะไรแข็งแรงขึ้นครับ นั้นคือความคาดหวังเราคงไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องให้มันทะลุ วันนี้ต้องได้เท่านี้ วันนี้ต้องเพิ่มเท่านี้ เราไม่ได้คิดไว้แบบนั้นครับ 

พอแฟน ๆ ได้เห็นเราอีกมุมหนึ่งในการทำรีแอค หรือ COVER เขามีฟีดแบคกับเรายังไงบ้าง?
เขาก็มีฟีดแบคในผลงานแหละครับ โอเคเขาก็จะสนับสนุนแหละ อย่างเช่นเขาเห็นชิ้นงาน เฮ้ย! เราลองปรับตรงนี้ดูไหม หรือแบบลองปรับตรงนี้ ตัดตรงนี้ดู เขาก็จะมีการเสนอแนะให้เราครับ 

ตอนนี้เหมือนว่า คชา มีแฟน ๆ ชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น?
ก็น่าจะมีเพิ่มขึ้นด้วยครับ เพราะว่าเมื่อก่อนผมก็ไม่ได้มีแฟนอินเตอร์เยอะขนาดนี้ แฟน ๆ หลาย ๆ ประเทศ เพิ่มขึ้นครับ ก็เพิ่มขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้เยอะ พอได้รับกระแสแบบนี้ก็รู้สึกดีใจมากครับ ที่ผลงานเราไปถึงพวกเขา เวลาเราปล่อยผลงานเราก็จะรู้สึกว่า โห รู้จักเราด้วยเหรอ เราก็รู้สึกดีใจแล้วก็รู้สึกสนุกไปด้วยครับ 

พอเรามีแฟน ๆ อินเตอร์เพิ่มขึ้นมันทำให้ผลงานต่อ ๆ ไปของ คชา จะกดดันมั้ย?
ไม่ครับ ผมกดดันตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นแฟน ๆ อินเตอร์ หรือไม่ใช่แฟนอินเตอร์ เวลาที่เรามีผลงานออกมาทุกครั้งเราก็ต้องมีความกดดันอยู่แล้ว เราก็อยากทำผลงานออกมาให้ดีครับ 

พอเราเห็นกระแสตอบรับแบบนี้แล้วเราหายเหนื่อยมั้ย?
มันไม่ได้เป็นความรู้สึกหายเหนื่อยนะ มันเป็นความรู้สึกของความชื่นใจมากกว่า เมื่อสิ่งที่เราตั้งใจทำออกไปมันมีคนเห็น และมีแฟน ๆ ชอบ มันจะไม่ใช่แบบฟิวหายเหนื่อยมันจะเป็นแบบฟิวว่าโอเคเหนื่อยต่อก็ได้ไม่มีปัญหา มันก็จะสนุกในความเหนื่อยนั้น 

ตอนนี้เหมือนการแข่งขันในวงการเพลงสูงไหม เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นศิลปินมีสังกัดหรือไม่มีสังกัด ต่างก็นำเพลงมาลงใน Youtube ตัว คชา เองมองมุมนี้ยังไงบ้าง?
อันนี้ผมไม่รู้ว่ายังไง เพราะว่าผมก็ไม่ได้ศึกษามาเยอะแยะมากมายขนาดนั้น แต่ที่ผมคิดผมคิดว่าทุกวงการการแข่งขันมันสูงอยู่แล้ว ในทุก ๆ วงการมันจะมีคนเก่งที่สุด มันจะมีระดับหัวกะทิทุกวงการมีอยู่แล้ว และในเรื่องของการทำเพลงผมว่ามันก็มีเหมือนกันแน่นอน แต่เราต้องไม่ลืม นอกจาก Engagement หรืออะไรก็ตามที่เราจะได้กลับมา สิ่งที่เราทำออกกก่อนหน้านั้นมันทำให้เรามีความสุขครับ แล้วเราจะต้องไม่ลืมตรงนั้นด้วย แล้วก็ตั้งใจโฟกัสผลงานของตัวเองต่อไป 

เรามองยังไงกับการเปรียบเทียบเพราะมีบางกระแสที่ผู้ฟังนำศิลปินมาเปรียบเทียบกัน?
ผมมองว่าใคร ๆ ก็คงโดนเปรียบเทียบทั้งนั้นมั้งครับ ไม่มีใครที่ไม่โดนเปรียบเทียบหรอกครับ มันเป็นเรื่องธรรมดาเลย ผมเลยไม่ได้คิดอะไรกับตรงนี้เลยครับผม

อยากจะฝากบอกอะไรกับแฟน ๆ มั้ย?
ก็อยากจะขอบคุณครับ ถ้ามันมีคำไหนที่ลึกซึ้งมากกว่าขอบคุณก็อยากจะพูดคำนั้นนะครับ ก็นั้นแหละครับ ขอบคุณมาก ๆ นะครับ ขอบคุณมาก ๆ ที่อยู่กับเรามา 10 ปีแนะ แฟน ๆ ก็จะเห็นเราในหลาย ๆ มุม ทั้งในมุมน่ารักและในมุมที่เราทำตัวไม่น่ารัก แฟน ๆ ได้เห็น แต่แฟน ๆ ก็ยังอยู่ ผมก็รู้สึกว่า พอผมโตขึ้น ได้รู้จักงานมากขึ้น เราผ่านประสบการณ์งานมากขึ้น ความคิดความอ่านของเราก็เปลี่ยนไปครับ ก็เลยรู้สึกว่าก็อยากจะทำผลงานออกมาเสิร์ฟแฟน ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ครับ ทุกวันนี้ที่ผมไปเจอแฟน ๆ ผมก็จะเอ็นจอยทุกครั้งเลย (ในมุมไม่น่ารักแฟน ๆ เคยมาเตือนเรามั้ย?) มี มีหมดแหละครับ ที่เคยเจอมา แต่เราเป็นเด็กดื้อตอนนั้นเราก็เลยไม่ฟัง 

 

 

ฟังเพลงออนไลน์ เพลงใหม่ ได้แล้ววันนี้บน TrueID ทั้ง เว็บไซต์ และ แอปพลิเคชัน

 

อ่านข่าวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง