รีเซต

“แม่แก้ว คูกิมิยะ” ส่ง “ต้นกล้า ดรุฒ” ถ่ายทอดบทเพลง “บูชาท้าวมหาราชวิรูปักโขนาคราช” ที่เขียนจากประสบการณ์ความเชื่อว่ามีจริง

“แม่แก้ว คูกิมิยะ” ส่ง “ต้นกล้า ดรุฒ” ถ่ายทอดบทเพลง “บูชาท้าวมหาราชวิรูปักโขนาคราช” ที่เขียนจากประสบการณ์ความเชื่อว่ามีจริง
Jeaneration
22 ตุลาคม 2569 ( 14:08 )
1

ไม่ปล่อยให้คอยกันนาน สำหรับค่ายเพลงเสียงมิวสิค โดย “แม่แก้ว คูกิมิยะ” ล่าสุดปล่อยเพลงลายสักการะ “บูชาท้าวมหาราชวิรูปักโขนาคราช ” บทเพลงที่แม่แก้วตั้งใจเขียนจากแรงศรัทธาด้วยปลายปากกา ผลาสู เรียบเรียงโดย อาจารย์ยะ จากยะ เรคคอร์ด, บุญเติม และ ผอ.ลาลี่ คนสีดา บรรจงผสานเสียงเครื่องดนตรีที่หลากหลายรวบรวมวัฒนธรรมความเชื่อมากมายไว้ด้วยกัน ถ่ายทอดผ่านเสียงกลองเปิงมาง ระนาดเอก ผสมผสานลายดนตรีอีสานอย่างลงตัว ผ่านเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของ ต้นกล้า ดรุฒ เพิ่มเสน่ห์และทำให้เพลงมีมนต์ขลัง บวกท่วงทำนองการฟ้อนรำอันอ่อนช้อยงดงามของแม่แก้วและเหล่านางรำในเอ็มวี เติมเต็มตามความตั้งใจที่จะให้เพลงนี้เป็นเพลงบูชาท้าวมหาราชวิรูปักโขนาคราช ที่แม่แก้วและครอบครัว พร้อมกับศิลปินเสียงมิวสิค ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

โดยเพลง “บูชาท้าวมหาราชวิรูปักโขนาคราช” แต่งขึ้นมาจากแรงศรัทธาของแม่แก้ว ที่ว่าท่านมีอยู่จริง จากประสบการณ์ในวัยเด็กสู่ความเชื่อและแรงศรัทธาจนปัจจุบัน แม่แก้วเล่าว่า “ตอนเด็กแม่แก้วเคยมีประสบการณ์กับตัวเอง ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล จำได้ว่าตอนประถม 4 ได้เห็นพญานาคอยู่กลางทุ่งนา ช่วงเวลาตะวันกำลังจะตก ท้องฟ้าแถบนั้นเป็นสีทองเหลืองอร่ามสวยงาม จังหวะที่แม่ก้มหยิบดอกผักบุ้งจะเอามาเหน็บที่หู อีกมือหนึ่งจับสวิงช้อนปลาไว้ด้านข้าง แล้วพรางร้องโอ่หมอลำขึ้น ก็ได้ยินเสียงฟู้ ๆ ดังอยู่ด้านหลัง เลยเอี้ยวตัวไปมอง ปรากฏว่าสิ่งที่เห็น เป็นงูสีทองมีหงอนสูง ความยาวประมาณ 2 เมตร มองดูแล้วใหญ่กว่าต้นแขน ทำให้แม่ตกใจเล็กน้อยเพราะไม่เคยเห็น และไม่รู้ว่านี่คืออะไร พร้อมอุทานออกมาประสาเด็กว่า “งูสีทองสวยจังเลย”

แล้วแม่ก็ตาโตขึ้นทันที เมื่อเหลือบไปเห็นขาหน้าของพญานาคโผล่ขึ้นสองขา และเห็นขาหลังโผล่ตามมาสองขา พร้อมกับเล็บที่ยาวมากเหมือนกรงเล็บพญาครุฑ(มารู้เมื่อตอนโตขึ้นแล้ว) ในตอนนั้นแม่คิดว่าอยากเอาไปเลี้ยง ก็เลยจะเอาสวิงตัก แต่แค่กำลังจะยกสวิงออกจากด้านข้างลำตัวเล็กน้อยเท่านั้น ปรากฏว่าท่านยกขาหน้าสูงขึ้นลำตัวท่านสูงท่วมหัว มองเห็นหงอนเดือยของท่านงดงามมากเป็นสีทอง แสงจากท้องฟ้าวับวาวกระทบร่างของ งูสีทอง(พญานาค)เป็นภาพจำที่สวยงามมาก แล้วก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าผ่านหน้าแม่ไป แม่ได้แต่แหงนดูหางของงูสีทองปัดไปมาราวเป็นการโบกหางลา จนหายลับตาไป ท้องฟ้าตอนนั้นเป็นสีทอง ตอนนั้นที่แม่เห็น ไม่รู้ว่าคืออะไร เลยเรียกประสาเด็กว่า “งูสีทอง” จนกลับบ้านไปเล่าให้ยายฟัง พอยายฟังจบ แม่แก้วก็โดนยายตี แล้วบอกว่าไม่ให้พูดห้ามไปพูดที่ไหนอีก โบราณเค้าไม่ให้พูด

จากนั้นก็รู้สึกคิดถึงและนึกถึงอยู่บ่อย ๆ เวลาล่วงเลยไปจนแม่โต จึงได้รู้และเห็นว่าทุกคนเรียกสิ่งที่แม่เคยเห็นนั้นว่าพญานาค ต่อมาแม่ก็มีโอกาสได้ทำการเจริญภาวนาทำสมาธิ ก็ได้ปรากฏเห็นร่างที่ทุกคนเรียกว่าพญานาคเข้ามาหา กายท่านเป็นสีทองเหมือนที่แม่แก้วเคยเห็นตอนเป็นเด็กแต่ครั้งนี้ใหญ่กว่ามาก แม่ก็เลยอธิฐานจิตส่งบุญและแผ่เมตตาให้ ตอนนั้นรู้สึกผูกพันบอกไม่ถูก เวลาจะทำอะไรก็จะระลึกถึงท่านเสมอ จนถึงปัจจุบัน และชีวิตก็รู้สึกดีขึ้นเป็นลำดับจนถึงปัจจุบันนี้เช่นกัน “บางครั้งความศรัทากับความเชื่อในสิ่งที่ว่าดีก็ย่อมเกิดในสิ่งที่ดีงามเสมอ” และได้ทราบว่าพญานาคมีสีตระกูล และหนึ่งในตระกูลที่เป็นกษัตริย์นาคคือ ตระกูลพญานาคสีทอง ผู้เป็นกษัตริย์นาค ปกครองนาคทั้งหมด

ด้วยเดชพลังแห่งบุญะฤทธิ์ บุญญะบารมี บุญญะลาภ ย่อมบันดาลปกป้องรักษาคุ้มครองประทานความโชคลาภให้เราเป็นมนุษย์สมบัติ ธนสานสมบัติ และแม่แก้วกับลูกชาย ณเดชน์ คูกิมิยะ ก็ได้ร่วมกันสร้างองค์บูชาท้าวมหาราชวิรูปักโขนาคราช และแม่แก้วได้สร้างกำไลพญานาค นาคเดี้ยวครอบจักรวาล และเชื่อว่าท่านประทานให้ เพราะแม่ศรัทธา ว่ามีจริง เห็นจริง รู้สึกอยากสร้างไว้ประดับโลกก่อนแม่จะหมดลมหายใจเพราะด้วยความเชื่อส่วนตัว ที่พอทำแล้ว รู้สึกอะไร ๆ ก็ดีเกิดขึ้นแก่เรา ทำให้น้อมกราบระลึกถึง ด้วยความศรัทธาพญานาคทั้งสี่ตระกูล โดยเฉพาะตระกูลทอง จนมาวันนี้จึงขอน้อมกราบสักการะบูชาท้านด้วยบทเพลง “บูชาท้าวมหาราชวิรูปักโขนาคราช” โดยให้ศิลปิน ต้นกล้า ดรุฒ เสียงมิวสิค เป็นผู้ขับร้องถ่ายทอดเป็นบทเพลงลายสักการะ เพื่อระลึกถึงองค์ท่าน ด้วยแรงศรัทธาอันล้นเหลือ

โดย ต้นกล้า ดรุฒ เสียงมิวสิค เอง จัดว่าเป็นศิลปินที่แม่แก้ว คูกิมิยะ ให้ความไว้วางใจ ให้ได้ถ่ายทอดผลงานเพลงจากปลายปากกาของแม่แก้วมาตลอดอย่างต่อเนื่อง อาทิ เพลง ขันหมากโลโซ, หัวใจผู้กล้า, จันทร์ข้างแรม, หยดน้ำพระทัย, ดอกจานหวานใจ, เจ็บบ่จื่อ และล่าสุด กับเพลง “บูชาท้าวมหาราชวิรูปักโขนาคราช” โดยต้นกล้าเองรู้สึกโชคดีเป็นที่สุดในชีวิต ที่ได้รับโอกาสอันล้ำค่าจากแม่แก้ว ในฐานะศิลปินค่ายเสียงมิวสิค และได้สานฝันการร้องเพลง ได้ทำในสิ่งที่รัก และได้มอบความสุขให้กับทุก ๆ คนผ่านผลงานเพลงทุกบทเพลง และพร้อมตั้งใจถ่ายทอดผลงานเพลงอันทรงคุณค่าที่แม่แก้วได้เขียนนี้ ให้กับทุกคนได้ชมได้ฟังกันอย่างมีความสุข ผ่านค่ายเสียงมิวสิค นับจากนี้ตลอดไป

บทความที่เกี่ยวข้อง