“มายด์” น้ำตาซึม! ซึ้งแฟนเพลงทะลักฮอลล์ ใน “1235 MILD LIVE CONCERT”

“มายด์” น้ำตาซึม! ซึ้งแฟนเพลงทะลักฮอลล์  ใน “1235 MILD LIVE CONCERT”
7 เมษายน 2557 ( 12:22 )
797

    ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตที่เรียกได้ว่า มันส์สุดๆ ไปกับแสงสีเสียง และโชว์แบบจัดเต็ม เรียกเสียงฮาจากแฟนเพลงกันแบบยกฮอลล์ สำหรับคอนเสิร์ต “1235 MILD LIVE CONCERT” คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ วง “มายด์”(MILD) สังกัด “สไปร์ซซี่ ดิสก์”(Spicy Disc) เมื่อคืนวันศุกร์ ที่ 4 เมษายน 2557  ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ถึงบรรยากาศจะร้อนแค่ไหน แต่ทั้งแฟนเพลง และสื่อมวลชนก็ยังแห่มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับวงมายด์ แบบไม่ขาดสาย และรอบๆ งานก็ยังมีกิจกรรมให้แฟนเพลงได้ร่วมสนุกกันอย่างไม่มีเบื่ออีกด้วย ก่อนขึ้นโชว์ วงมายด์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของพวกเขา “สำหรับวงมายด์ พวกเราเรียกคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า “ฝันที่เป็นจริง” เลยก็ว่าได้ครับ เพราะเราทำงานเพลงมาถึง 10 ปี และวันนี้… วันที่เราเดินทางมาถึงสามอัลบั้ม วันที่เรามีคอนเสิร์ตใหญ่เป็นของตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้เราไปขึ้นโชว์ในฐานะแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตของศิลปินคนอื่นก็มาก วันนี้เป็นวันที่พวกเราเต็มที่กันจริงๆ ครับ กับเพลงกว่า 40 เพลง ที่พวกเราขนมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันแบบเต็มอิ่ม รับประกันทั้งแสง สี เสียง ที่เราจัดเต็มเพื่อแฟนเพลงของเราครับ และโชว์ของพวกเราที่รับรองว่าจะไม่เห็นที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน ส่วนแขกรับเชิญ ก็เป็นพี่ๆ น้องๆ ในวงการเพลง ที่เคยร่วมงานกันมาก่อนครับ อย่าง “สควีซ แอนนิมอล ก็เป็นวงรุ่นพี่ในค่าย และยังมาแจมในอัลบั้ม MASTER PEACE อีกด้วยครับ และเราก็ยังมี “สิงห์เหนือ เสือใต้, Dj Leo” ในพาร์ทของเพลงเต้นๆ มันส์ๆ ของเราด้วยครับ และสุดท้ายก็เป็นวงดนตรีที่เติบโตมาจากเชียงใหม่เหมือนกันพวกเรา “ETC” สุดท้ายนี้ พวกเราก็ขอขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่อยู่เป็นกำลังใจให้เรามาถึงทุกวันนี้นะครับ”      

      ก่อนจะเจอกับวง มายด์ ก็มาฟังเพลงจากศิลปินน้องใหม่ ที่พูดได้ว่าแต่ละวงนั้นมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอีกด้วย เริ่มด้วยวง “Zweedz n’ Roll”(สวี๊ด แอน โรล) วงน้องใหม่ที่ชนะการประกวดจากเวที Spawn Music Contest พวกเขาเปิดตัวมาด้วยเพลง “ธันวาคม”  ต่อด้วยเพลง “Rest Less”(เรสท์ เลส) เป็นเพลงสุดท้ายของโชว์ ต่อจากนั้นก็เป็นคิวของวง “The Rube”(เดอะ รู๊บ) วงดนตรีน้องใหม่ที่เรียกได้ว่าเดินตามรอยของรุ่นพี่ อย่างวงมายด์มาติดๆ กับเพลงเปิดตัวเพราะๆ อย่าง “ถ้าปล่อยให้เธอเดินผ่าน + อยากบอกให้เธอรู้” ซึ่งเรียกเสียงจากแฟนๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ต่อด้วยเพลง “รักไม่ได้” เพลงช้าซึ้งๆ มอบให้กับคนที่ยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ และเพลงสุดท้าย “ทางไกลใจใกล้กัน” เพลงเปิดตัวที่ถือว่าเป็นเพลงที่สร้างชื่อให้กับพวกเขาอีกด้วย ปิดท้ายช่วงแรกด้วยศิลปินน้องใหม่วงสุดท้าย กับน้ำเสียงที่มีเอกลักษณ์อย่าง “Morning Soon”(มอร์นิ่ง ซูน) ที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ กันตั้งแต่ต้นเพลงด้วยเพลงของพวกเขา “เริ่มใหม่กับคนเก่า” ต่อด้วยเพลงจังหวะสนุกๆที่นำเพลงของ Groore Riders(กรู๊ฟ ไรเดอร์)  อย่างเพลง “Superstar”(ซุปเปอร์สตาร์) และปิดตัวด้วยเพลงสุดท้าย “เกือบ +ศัตรูที่รัก” จากพี่บุรินทร์ และนี่ก็เป็นเพลงจากน้องๆ ศิลปินที่มาร่วมมาเป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตครั้งนี้

      และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย… 6 หนุ่ม วงมายด์ ที่เปิดตัวด้วยผ้าม่านสีดำ และต่อด้วยภาพของแต่ละคนแสดงขึ้นจอ LED บนเวทีใหญ่ สาดแสงไฟแบบอลังการ เล่นเอาขนลุกไปตามๆ กัน เรียกได้ว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ หลังจากนั้นม่านดำก็ค่อยๆ เผยโฉม 6 หนุ่มวงมายด์แต่ละคน ยืนพร้อมด้วยอาวุธคู่กาย เตรียมพร้อมสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ของพวกเขา 1235 MILD LIVE CONCET เปิดตัวด้วยจังหวะชวนเต้น อย่าง “Keep it 100” แถมจัดเต็มทั้งแสงสีเสียงสุดอลังการ ต่อเนื่องอารมณ์ด้วยเพลงจากอัลบั้มก่อน อย่างเพลง “หวานเย็น” เพลงนี้ทำเอาแฟนเพลงนั่งไม่ติดตั้งแต่เริ่มคอนเสิร์ตเลย หลังจากนั้นก็เป็นเพลงดังในอัลบั้มล่าสุดอย่าง “ดาว, Love Sick” และ “แล้วเธอจะรู้สึก” ต่อจากนั้นก็มาถึงซีนที่เริ่มเรียกน้ำตาจากแฟนเพลงอย่าง “หยุดเสียที” ซึ่งกระชากอารมณ์แฟนเพลงได้แบบถึงใจจริงๆ เพราะมีแค่เสียง เปียโนของหนุ่มทอม และเสียงร้องเศร้าๆ ของหนุ่มเป้ เท่านั้น ต่อด้วยเพลง “จัดไปอย่าให้เสีย” และ “เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า” เพลงซึ้งกินใจจากอัลบั้มล่าสุด และปิดท้ายด้วยเสียงแซกโซโฟนในเพลง “กรรมตามสนอง” จนทุกคนเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีของหนุ่มเป้ แซก

      ต่อจากนั้นก็เป็นคิวของแขกรับเชิญวงแรกก็คือ “วิน ศิริวงศ์” และ “สิงห์ มุสิกพงศ์” วง “สควีซ แอนนิมอล” รุ่นพี่ในบ้าน “สไปร์ซซี่ ดิสก์”  ทั้งคู่เดินออกมาจากทั้งสองฝั่งเวที และเปิดตัวด้วยเพลง “I do miss u” เพลงในอัลบั้มล่าสุดของวงมายด์ ที่ได้ สควีซ แอนนิมอลมาร่วมแจม และต่อด้วยเพลง “Better Day + ครึ่งสายตา” ที่ทั้งมายด์ และ สควีซ แอนนิมอล ได้โชว์ร่วมกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ สุดท้าย มายด์ ได้ยกเวทีให้กับพี่ๆ สควีซ แอนนิมอล ปิดท้ายด้วยเพลงเศร้าความหมายดีๆ “คำบางคำ” และก่อนลงจากเวที ทั้งคู่ได้พากันเดินออกไปหาแฟนเพลงแบบใกล้ชิด หลังจากจบซีนเศร้าๆ  แล้วก็มาโยกกันต่อกับ Hip Hop มันส์ๆ แบบต่อเนื่องถึงสองเพลงที่ไม่ค่อยได้เล่นที่ไหนอย่าง “Welcome to da Nightlife”(เวลคัม ทู ดา ไนท์ไลฟ์) และ “I’m Not Superstar”(แอม น็อท ซุปเปอร์สตาร์) จากนั้นก็เป็นเพลง “เสร็จ” เพลงนี้มายด์ได้ตั้งใจซ้อมเพื่อโชว์สเต็ปเต้นโชว์แฟนๆ พร้อมร้องเพลงกันแบบมันสุดๆ ก่อนจะทิ้งส่งท้ายด้วยเพลง “ไม่มายด์”

     และก็มาถึงเซอร์ไพรส์ชิ้นแรกจากวงมายด์ เพราะทั้ง 6 หนุ่ม ก็ได้ออกมาประชันจังหวะรัวกลองพร้อมกันทั้ง 6 คน เป็นโชว์ที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน เสียงกลองของวงมายด์ บวกเสียงปรบมือของแฟนเพลง ทำให้ซีนนี้เอาใจแฟนเพลงไปได้อย่างง่ายๆ แล้วก็มาถึงแขกรับเชิญวงที่สอง พูดได้เลยว่าวงนี้เป็นวงที่สร้างชื่อและเติบโตมาจากเชียงใหม่เช่นเดียวกับวงมายด์ นั่นก็คือ “ETC”(อี ที ซี) ซึ่งโชว์แรกของพวกเขา ก็ทำเอาแฟนเพลงร้องตามกันกันเสียงดัง เพราะ เป้ และ ETC. มาร่วมกันร้องเพลง “นางฟ้า” เสียงอบอุ่นของพี่หนึ่ง บวกกับเสียงเท่ห์ๆ ของเป้ ทำให้เพลงนี้กินใจแฟนเพลง และกล่อมให้เคลิ้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ และก็ต่อด้วยเพลง “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ”  ก่อนจะจบโชว์ประทับใจด้วยเพลงสุดท้าย “คิดถึงบ้าน” เพลงที่ทั้ง มายด์ และ ETC ร้องด้วยกัน จนทำให้นึกย้อนกลับไปถึงอดีต ที่มีกลิ่นอายของความเป็นนักดนตรีเชียงใหม่คลุ้งไปทั้งฮอลล์ ต่อจากนั้นก็มาถึงพาร์ทของเพลงเศร้าที่เรียกน้ำตากันอย่างจัดเต็มจากอัลบั้มก่อน โดยเริ่มจากเพลง “สมมุติ, เข้าใจแต่ทำไม่ได้, รักล้นใจ, ผู้ป่วยความจำเสื่อม, อีกนานไหม” และ “รักเราไม่เท่ากัน” เรียกว่าเพลงที่พูดมาทั้งหมดเป็นเพลงซึ้งๆ ที่ได้ใจแฟนเพลงมาตลอดระยะเวลาการทำงานเพลงของวงมายด์

     ถึงเวลาย้อนอดีตแบบขำๆ นั่งคุยดีดกีตาร์โปร่ง และพูดคุยสบายๆ แบบเพื่อน ระหว่าง เป้(ร้อง) กับเต่า(มือกีตาร์) ทั้งสองคนได้นำเพลงตั้งแต่อัลบั้มแรก “เซอร์ไพรส์, บรรยากาศพาไป, หน่อย, อะไรสักอย่าง, โรแมนติก, ขับรถดีๆ” และสุดท้าย คือเพลง “ตัวสำรอง” มาเล่นในแบบฉบับอะคูสติกสบายๆ พูดคุยถึงเรื่องราวเก่าๆ ของวงมายด์ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำอัลบั้ม ทำให้แฟนเพลงหลายคนนั่งอมยิ้มไปกับเรื่องราวดีๆ ของพวกเขา และมายด์ก็ได้กลับมารวมตัวอีกครั้ง พร้อมกับโชว์เพลง “ความรักดีๆ อยู่ที่ไหน” และ “หากฉันตาย” มาถึงพระเอกของคอนเสิร์ตครั้งนี้! เพลง “Forever” เพลงที่ทำขึ้นมาเพื่อขอบคุณแฟนเพลงที่ให้กำลังใจวงมายด์มาตลอด 10 ปี เพลงนี้ทำเอาแฟนเพลงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ และเพลงนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ “เต่า”(มือกีตาร์) ทั้งร้อง และแต่งเนื้อเองเรียกได้ว่าเต็มที่สุดๆ ไปเลย ก่อนจบเพลงนี้วงมายด์ยังได้ถือโอกาสถ่ายรูปกับแฟนเพลงเป็นที่ระลึกในคอนเสิร์ตครั้งสำคัญนี้ด้วย เป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะเจอกับแขกรับเชิญวงต่อไป ขุ่น(เบส) และทอม(คีย์บอร์ท)ได้กระโดดลงจากเวที ไปมอบโปสเตอร์คอนเสิร์ตให้กับแฟนเพลงถึงมือ ระหว่างกลับเวที ก็ได้กำลังใจก้อนโตจากอ้อมกอดของ “คุณพิชัย จิราธิวัฒน์” หัวเรือใหญ่แห่งค่ายเพลง สไปร์ซซี่ ดิสก์ และก็ได้เวลาแล้วสำหรับแขกรับเชิญวงที่สาม “สิงห์เหนือ เสือใต้” กับฉากเปิดตัว กอล์ฟ ออกมาจาเวทีด้านซ้าย พร้อมเพลง “ราตรีสวัสดิ์” เพลงที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานสร้างชื่อของพวกเขา ตามมาด้วยเพลง “รัก Is here” จากนั้นก็เป็นคิวตื๊ดๆ ของ “DJ LEO” ที่เรียกได้ว่าช่วงนี้ถือเป็นช่วงปล่อยของ ของคอนเสิร์ตเลยทีเดียว เพราะทั้งศิลปิน และแฟนเพลงต่างพร้อมใจกันโยกแบบคิดไม่ชีวิต

      แต่สุดท้ายแล้วงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา 1235 MILD LIVE CONCERT ก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ในโชว์เพลง “Unlovable” เพลงที่อยู่ความทรงจำของใครหลายๆ คน และเซอร์ไพรส์ชิ้นสุดท้ายที่มายด์จะมอบให้กับแฟนเพลงก็คือ ซีนทะเลดาว มายด์ได้จำลองท้องฟ้ามาอยู่ในฮอลล์ ซึ่งเป็นฉากที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมองไปทางไหน ก็จะเห็นดวงดาวระยิบระยับจากแสงไฟมือถือไปทั่วทั้งฮอลล์ และมายด์ก็จบโชว์ด้วยเพลง “Love Sick” และ“หวานเย็น” เชื่อได้ว่าแฟนเพลงของวงมายด์จะต้องเต็มอิ่ม เรียกว่าปิดฉากอย่างสวยงามจริงๆ สำหรับคอนเสิร์ต 1235 MILD LIVE CONCERT กับกว่า 40 บทเพลงที่วงมายด์ขนมามอบให้กับแฟนเพลงจนย้อนกลับไปถึงอัลบั้มแรก และนี่ถือเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ที่วงมายด์ จะมอบให้กับแฟนเพลงของพวกเขาที่อยู่คอยให้กำลังใจกันมาตลอด 10 ปี…



ติดตามความเคลื่อนไหววงการเพลง ได้อีกช่องทางที่
FB : TrueMusicTW : TrueMusic

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม