ขนหัวลุก! 7 เรื่องหลอนจาก นักร้องลูกทุ่ง ประสบการณ์จริงจากสิ่งลี้ลับ

ขนหัวลุก! 7 เรื่องหลอนจาก นักร้องลูกทุ่ง ประสบการณ์จริงจากสิ่งลี้ลับ
MusicHot
7 มีนาคม 2563 ( 08:08 )
4.5K
6

นักร้องลูกทุ่ง เดินทางโชว์ตัว นอนต่างถิ่นต่างที่อยู่บ่อยครั้ง เรื่องความเชื่อความศรัทธา และสิ่งลี้ลับนั้น เป็นสิ่งที่เกิดจากความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีความเชื่อและความรู้สึกในเรื่องลี้ลับหรือเรื่องของวิญญาณแตกต่างกันไป แต่ที่เราจะขอยกเรื่องชวนขนหัวลุกของนักร้องลูกทุ่ง ที่ประสบจริงเพื่อมาให้ได้อ่านกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและชม 

 

จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ โดนผีปล้ำ

เชื่อว่าตัวเองมีเซ้นส์ ได้กลิ่นบ้าง ได้ยินเสียงบ้าง แต่ที่โดนหนักที่สุดก็คือที่บ้าน บ้านหลังเก่าจะเจอบ้าง แต่พอพูดบ้านหลังใหม่ แล้วเราเจออะไรที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอ เหมือนว่ามีผู้ชายมาปล้ำ คือที่บ้านมี 3 ห้องนอน ก็มีห้องเราที่จะรับแดดนิดหนึ่ง ห้องที่สองคือห้องพระที่คุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกัน แล้วอีกห้องหนึ่งเป็นพี่สาวกับพี่เขย มีวันหนึ่งวันนั้นเรานอนอยู่ แล้วรู้สึกว่าทำไมมันร้อนจัง เพราะห้องที่เรานอนเนี่ยเราจะรับแดดเต็มๆ เพราะว่าเป็นคนชอบแดด แดดมันก็จะส่องมา แล้ววันนั้นแอร์เสียเราก็ให้ช่างมาซ่อม ตัวเองก็เลยเปลี่ยนไปนอนที่ห้องพี่สาว น่าจะช่วง 9 โมงเช้า พอเอนหลังนอน ไม่ถึง 5 นาที เราไม่ได้หลับนะ เรารู้สึกว่าเราเห็นผู้ชายตัวใหญ่ๆ ดำๆ อยู่ปลายเท้าเรา นี่ 9 โมงเช้านะ แต่เราไม่ได้เห็นเป็นหน้าตาอะไร แต่เห็นว่าเป็นผู้ชายแน่ๆ รู้สึกว่าเราขยับตัวไม่ได้เหมือนผีอำ แต่ไม่ใช่ฝันแน่ๆ ตัวเขาเหมือนกำลังจะเดินข้ามาหา มาลูบมาคลำตั้งแต่เท้ามือไม้เหมือนรักเรารักเรามาก ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวเลยนะ แต่รู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้รักเรา เพราะสิ่งที่เขาทำเดินมาหาจับมือเราเขารักเรา ห่วงเราเหมือนเอามือไปหอมเหมือนนวดแขนอะไรประมาณนี้ไม่ได้กลัวตรงนั้น เพราะเรามองว่าเขารักเรา และเราก็หลับไปเหมือนเพลินๆ อ่ะ เพราะเขาก็มานวดให้จับมือไปหอม เราก็ปล่อย คิดว่าเขามาดี อันนี้ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่2 ไม่ถึง 1 ปีแอร์เสียเหมือนกันเป๊ะ ก็เลยหอบตัวเองไปนอนห้องพี่สาวเหมือนเดิมอย่างนั้นเลย ครั้งที่ 2 ก็เหมือนเดิม เหมือนกัน มาแบบนั้นเลย มาคลำมานวดสเต็ปเดิม แต่มีมากกว่าเดิมคือมานอนกอดมาอิง ก็คิดว่าเออมันเยอะไปหรือเปล่าจากที่จับมือครั้งนี้มานอนข้างๆ หอมอยู่ข้างเนี่ยหอมตรงหน้า คือรู้สึกแบบนั้นว่าเหมือนมีคนมาหอม แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้ พอมาครั้งที่ 3 ห่างกับครั้งที่2 เป็นปีเหมือนกัน อันนี้ไม่ใช่ตอนเช้า เรารู้สึกว่าอากาศร้อนจังเลย ประมาณบ่าย 3 แต่แอร์ไม่ได้เสียนะคะ เราก็คิดว่าทำไมมันร้อนจัง เรานอนไม่ไหวแล้ว เพราะเรากลับมาเช้า เราไปเล่นลิเก เราก็เลยไปนอนห้องพี่สาว อันนี้หนักมาก เพราะว่าพอเราล้มตัวนอนปุ๊บเหมือนขึ้นค่อมเราเลย เราก็งงว่าเออทุกครั้งจะมาค่อยๆ มาลูบไล้ แต่ครั้งนี้กระโดดค่อมเราเลย เหมือนคิดถึงจัด คิดถึงเรามาก หอมเราแบบซ้ายทีขวาทีมาที่คออะไรแบบนี้ เหมือนเราตั้งหลักไม่ทัน คือหอมจูบกอดเราแบบลูบไปหมดเลย เราก็เลยเฮ้ยไม่ได้แล้ว คิดในใจว่าไม่ได้แล้วอะไรเนี่ย มันดูรุงแรงเหมือนจะกระชากเสื้อผ้าเรา ต้องพูดเลยว่าเหมือนผู้หญิงกับผู้ชายจะได้กันอ่ะ เราก็นึกในใจว่าตายแล้วฉันจะได้กับผีหรือไง เราก็เลยสวดมนต์ พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ไม่ไป เขาไม่กลัวเลยอ่ะ ไม่กลัวเลยนะ แล้วเหมือนแบบว่าเราจะได้กันแล้ว คือเราผลักทัน เพราะว่าเราก็ท่องบทนี้เป็นบทประจำบ้าน พอท่องบทเนี่ยหลุดเลย แล้วเราก็วิ่งออกจากห้องทันที วิ่งไปบอกผู้จัดการว่าเฮ้ยหนูเจอผีทำแบบนี้ ผู้จัดการก็บอกว่าถ้าแบบนี้ไปทำบุญให้เขาไหม หรือว่าเราต้องทำยังไง ไปปรึกษาคนที่รู้จักไหม ยังไม่ทันปรึกษาค่ะ ไปแสดงลิเก แล้วกลับมาเหมือนเดิม วันต่อมาครั้งที่ 4 เวลาเดิมง่วงนอน แล้วทำไมต้องไปห้องพี่สาวเหมือนตัวเราเนี่ยทำไมต้องไปนอนห้องพี่สาว คือห้องตัวเองแอร์ก็ไม่ได้เสียไม่ได้ร้อนมากแต่จะไปจะไปนอนห้องพี่สาวเหมือนห้ามตัวเราเองไม่ได้ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่อยากไป แต่มันจะไปอ่ะ ไปนอนเหมือนเดิม มาอีกล่ะเหมือนเดิม จะเอาเราให้ได้ เราก็ท่องๆ ปึ้ง เราก็เลยไปปรึกษาคนที่เคยดูหมอกัน เขามาหาที่บ้านมาดูดวงให้ที่บ้าน เราก็เลยถามว่า น้าค่ะหนูเกิดเหตุการณ์แบบนี้น้าลองดูให้หนูหน่อย เขาบอกเลยว่าคนนี้เป็นเจ้าของเรา ที่เราไม่สามารถมีความรักหรือแต่งงานกับใครได้ เพราะคนนี้เป็นเจ้าของเรา เขาไม่ยอมเขารักเรามาก เขารักมาตั้งแต่ภพไหนภพไหนเป็นทหารเป็นอะไรแบบนี้ เขาเล่าให้ฟังเขาหวงและรักเรามาก เขาไม่ปล่อยให้เราไปรักกับใคร รักได้แต่เดี๋ยวก็ต้องเลิกกัน เขาผูกจิตกับเรา เขารักเรามาก เราก็ไปทำบุญให้เขาหลากหลายอย่างที่จะทำได้ อย่าให้มายุ่งกับเรา แต่เรื่องรักเราห่วงเราเราโอเคเรารับได้ แต่อย่าทำแบบนี้กับเราอีก เรากลัวแล้ว

 

 

 

ฝน ธนสุนทร ฝันเห็นเจ้ากรรมนายเวร

เจอเหตุการณ์ทดสอบจิตใจ เราเคยโกรธใครไหม แต่ก็เหมือนว่าเราก็แค่พูดๆ ไปแต่ปาก ว่าเออไม่เป็นไร อภัยให้กันไปเถอะ เวลาเราสวดมนต์เราก็จะกรวดน้ำ ขออโหสิกรรมกับเจ้ากรรมนายเวรด้วย ว่าถ้าหนูไปทำอะไรใครไว้หนูขออโหสิกรรมนะคะ คืนนั้นฝันเลย ฝันว่าเหมือนเราไปเห็นเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่งมีเหมือนชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไปเอาครึ่งคนครึ่งวัวขึ้นมา แล้วทีนี้คนลากขึ้นมาแล้วก็เฮ เฮ เฮ แบบจับได้นะคะ แล้ววัวตัวนั้นก็มองมาที่เรา เขาทำกับเราขนาดนี้ยังอโหสิกรรม เธอยังอโหสิกรรมให้พวกเขาเหล่านั้นได้อยู่อีกหรือ แต่ว่าในความรู้สึกเราเราก็รู้สึกว่ามันทำให้เรานอยด์เหมือนกัน ถามว่า ณ ตอนนี้ก็ไม่ได้หรอก แต่ว่ามันผ่านไปแล้วนะ มันจบไปแล้วนะ ไม่อย่างนั้นมันจะต่อไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น ก็คือถ้าอโหสิกรรมได้ก่อนก็สบายก่อน

 

 

 

วิว อาร์สยาม เล่นไสยศาสตร์ ไม่รักษาสัจจะ

เป็นคนที่เชื่อไสยศาสตร์ อะไรที่เป็นศาสตร์ดำศาสตร์ขาว ผมชอบหมด แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปเที่ยวญี่ปุ่น แล้วเจอมีคนมานอนหมอบเหมือนในหนังจูออน เราก็ลืมตาขึ้นแต่เรากระดุกกระดิกตัวไม่ได้นะ จากที่เขาหมอบเขาไม่หมอบแล้ว เขาลอยแล้วกางแขนเราก็สะกิดคนข้างๆ สะกิดเท่าไหร่เขาก็ไม่ตื่น เหมือนพอเเราลืมตาอีกปุ๊บเหมือนเขามาแฮ่ใส่เราอีกแล้วอ่ะ แล้วเราก็เลยเปิดชินบัญชรฟังทั้งคืน แล้วผมเป็นคนที่บูชาพ่อแก่ ผมก็ไปรับขันมาขันครูกับขันเทพ แล้วก็มีการครอบเศียรพ่อแก่ด้วย หลังจากนั้นชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แล้วตัวเราเป็นคนที่ชอบบนบานศาลกล่าว ขอท่านตลอดว่าขอให้ลูกได้ละครช่อง7 นะ ถ้าได้ลูกจะสร้างพ่อแก่ถวายเป็นองค์เท่ากับตัวลูกนั่ง ก็คือหล่อรูปท่านให้เท่ากับที่เรานั่ง แล้วผมก็ได้ละครจริง แล้วก็แก้จริง สร้างจริง พอได้เงินมาก้อนหนึ่งผมก็ทำเลย ตอนนั้นชีวิตดีมากวิ่งงานวันละ 3 งาน ถือว่าประสบความสำเร็จมากหลังจากที่ได้ขอพรท่าน ตอนนั้นสมใจ แต่อยู่ๆ ถูกยึดคืน พอเรามีทุกอย่างเราก็มั่นใจในตัวของตัวเอง เราก็ขึ้นธูปจุดธูป 5 ดอก สาบานบนบานกับปู่ ว่าถ้าวิวได้ละครเรื่องสองหรือว่าถ้าวิวได้สิ่งที่วิวต้องการ ลูกจะไม่หลงในอบายมุขต่างๆ ที่เข้ามา จุดธูปบอกไว้ เราก็ได้ละครเรื่องที่ 2 มาจริง แต่เราทำไม่ได้อย่างที่พูดยังไปเที่ยวอยู่ ผมลืมสัญญาที่ผมพูดไว้ หลังจากนั้นก็เริ่มกลายเป็นคนเพี้ยน เพี้ยนขนาดว่าวิวเคยเอาขันครูและเศียรพ่อแก่ไปใส่ไว้ในถุงดำ ถุงขยะแล้วก็เอาไปทิ้งไว้หลังคอนโด เพราะเราไปมัวแต่หลงมอมเมาอะไรบางอย่างอยู่ไม่รู้ ทำให้เราไม่มีสติยั้งคิด จากคนที่เคยศรัทธาทุกอย่าง กลับเอาทุกอย่างโกยใส่ถุงดำแล้วไปทิ้ง จากที่เคยีรถมีคอนโดมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากจะได้แล้ว โดนยึดคืนหมดแล้ว รถโดนยึดแม้กระทั่งทีวีตู้เย็นยังไม่มี คือเราอยู่ห้องนั้น แต่เราออกมาเพราะเหมือนว่าเราอยู่ไม่ได้เหมือนเราร้อนรนอะไรทุกอย่างไม่เอาเลย ทิ้งไว้ที่ห้องนั้นเลย แต่เศียรพ่อแก่เป็นสิ่งเดียวที่วิวระลึกได้ว่าหรือครูบาอาจารย์ท่านคิดยังไงกับเราหนอ พอเราเอามาเราก็เอาไปตั้งแล้วก็สวดขอขมาขออะไรท่านแล้ว

แต่ไม่ได้มีอาจารย์หรือสื่ออะไรที่ทำให้เรามีโอกาสไอ้ขอขมา เพียงแต่ว่าเราขอขมาด้วยตัวเราเอง ชีวิตดีขึ้น จากที่โดนดรอปเพลงไว้ ก็มีซิงเกิ้ลใหม่ มีงานเข้ามาเหมือนเดิม ผมก็ผิดสัจจะอีก เหมือนเดิมงานที่กำลังดีๆ ก็เริ่มน้อยลงจนไม่มีงานเลย หนักกว่าครั้งแรกคือไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่อาศัย คิดมากจนกินยาฆ่าตัวตาย ก็เลยไปหาแม่ชีที่นับถือเพื่อไปรับเศียรมาใหม่ ก็นำมาบูชาเหมือนเดิม แต่ว่าชีวิตมันดีไม่ทันเลย ผมเลยไปลงน้ำมันพราย ผมก็เอามาทาหน้าผาก พอใช้มันก็จะกระเส่า กระเส่าเราจะมึนๆ คือของขาวจะต่างจากของดำ ของขาวลงไปอาจจะเหมือนปกติทั่วไป อาจจะรักเออเราเมตตานะ รักเป็นลูกเป็นหลาน แต่ของดำใช้ไปแล้วมันจะร้อนรุ่ม จะเป็นฟิวแบบหลงรักพิศวาส หอบเงินมาให้ เอารถมาให้ใช้ แต่ในขณะที่ทุกอย่างมา เราไม่คิดเลยว่าเราอยู่คนเดียว เหมือนจิตเราเริ่มเสื่อมลงทุกวัน จิตมันเริ่มถอยพอเราใช้เข้าไปมันจะเหมือนมึนๆ งงๆ เหมือนเราโดนสะกดจิตบางอย่าง แต่ถ้าวันไหนเราจิตตกมากๆ เราจะได้ยินอะไรในหูอยู่ อย่างพอเราไปทำบุญหรือกรวดน้ำให้อะไรแบบเนี่ย เราจะได้ยินในหูเราเป็นเสียงผู้หญิงเสียงดังมากๆ มาพูดที่หูเราว่า กูไม่เอา แต่แปลกที่พอใครเห็นผมในทีวีอยู่เมืองนอกก็บินมาหา หอบเงินหอบทองมาให้ มีแม้กระทั่งจะให้เราไปนอนด้วยก็มี ไปไหมแสนหนึ่งแต่ผมไม่ไป ช่วงที่ผมใช้น้ำมันพราย เหมือนมีวิญญาณตามติดเหมือนเป็นวิญญาณผู้หญิงตามตลอด แต่ผมเลิกเพราะว่าเราไม่เคยเจออะไรที่เป็นของจริงเลย ไม่มีใครมารักจริง แล้วไปปรึกษาแม่ชีที่นับถือก็บอกให้ทำในทางพระพุทธดีกว่า ผมก็เลิกครับ

 

 

ฮาย อาภาพร เห็นวิญญาณ

เห็นวิญญาณ ครั้งแรกเมื่อตอน 4-5 ขวบ เห็นแม่ทัพขี่ม้ามา ซักพักเสียงเฮ้ยๆๆ เราก็เสียงอะไรว่ะ เราเห็นก็โดนแม่ตีหาว่าเราพูดโกหก แล้วมีวันหนึ่งพ่อแม่ไปนา อยู่กับน้อง เราเห็นงูเต็มพื้นบ้าน เล่าให้แม่ฟังก็หาว่าโกหก เวลาเราจะไปไหนเราจะเห็นตลอด อย่างไปนานกับพ่อแม่ก็จะเห็นมาแฮร่กับเราแล้ว เราก็กรี๊ดร้องแม่ก็บอกเป็นอะไรทำไม ก็จะหาว่าเราโกหกตลอด จนมาถึงมีอยู่คนหนึ่งเป็นลุงแกอุ้มไก่ แล้วพ่อชอบตีไก่ เห็นลุงคนหนึ่งอุ้มไก่ไป เดินไปเดินไปแล้วหัวแกไม่มี หัวแกหายไปเลย เลยไปเล่าให้แม่ฟังว่าหนูเห็นคุณลุงคนเนี่ยแกไม่มีหัว อุ้มไก่ไปอ่ะ แม่แกเขาก็ชัดสงสัยอีนี่ชอบเห็นอะไรแปลกๆ แล้วอีกวันหนึ่งลุงโดนรถชนตาย แม่ตกใจแม่เขาก็บอกว่าเอาเนี่ยไอ้แจ๊ว แม่เขาจะเรียกได้แจ๊วนะ เขาก็บอกไอ้แจ๊วเล่าให้ฟังนะว่าลุงคนนี้ไม่มีหัว แล้วก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลับแล้วตื่นมาตอน 5 ทุ่ม มีคนนั่งอยู่บนกระสอบข้าวสาร แล้วก็พูดว่าฮึมๆ แล้วพอแม่พลิกตัว เขากระโดดลงจากเลยแล้วชนสังกะสีดังโครม และล่าสุดไปนอนที่กาญอยากมีเสียงน้ำซู่ๆ เราก็วางเงินไว้ 5 บาท ซื้อที่ไม่ว่าจะไปนอนที่ไหนมันอยู่ละ วางไว้ตรงหมอนที่เรานอน วันนั้นก็หลับหลับสบายมาก จนถึงเวลากลับเราก็จะหนักบ่าตลอดเวลา มันปวดๆ แล้วเราจะอาเจียน เราก็เออปวดๆ เราก็คิดว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เลย จนขับรถมาถึงเมืองกาญ รถเยอะมากวันนั้น เราก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเป็นชุดยูนิฟอร์มของโรงงานยืนคนเดียว ยืนตัวแข็ง ยืนแปลกๆ เราก็มองกระจกบนของรถ ไม่มีละ แล้วก็ขับมาถึงบ้านโป่งเราก็เจออีก รถก็เยอะเราก็เห็นมีลุงอยู่คนหนึ่งแบบใส่หมวดก่อสร้าง เสื้อขาดกางเกงเหนือเข่า เดินข้ามถนนแบบไม่มีใครบีบแตร แต่พอมองขาเดินเหมือนลอยประมาณเนี่ย เราเคยถามพระอาจารย์ พระอาจารย์บอกอาภาพรเป็นคนที่โชคดีโชคดีเรื่องพวกนี้ เหมือนว่าคนจนจะไปขอข้าวใครกินซักคน เขารู้ว่าคนเนี่ยให้เขาได้ เขาก็ต้องไปขอ เหมือนเราเหมือนกัน เมื่อดวงวิญญาณเขารู้ว่าไปขอคนนี้สื่อให้เขาได้ เขาก็มาขอ

แต่ครั้งนี้ใหญ่มาก ที่สุดในชีวิตไปนอนโรงแรม โรงแรมจิ้งหรีดอ่ะ เราก็ซัพผ้ากว่าจะเสร็จก็ตี 3 กว่า เราก็อาบน้ำ แล้วก็พอกหน้านอนเมื่อก่อนเอาไข่ขาว เอาไข่แดงออก เพราะเป็นสิวเสี้ยนเยอะ พอจะล้มตัวนอน เรานอนคนสุดท้าย พอจะหลับตาลงแป๊บเสียงใครเข้าไปอาบน้ำ เสียงขันอาบน้ำ เพราะว่าโรงแรมจิ้งหรีดใช้ขันอาบน้ำ ก็ตักอาบเสียงซู่ๆ โครมๆ นอนไม่หลับ เพราะเรานอนสุดท้ายเพื่อนนอนหมดแล้ว เราก็เลยลุก ทนไม่ไหวน้ำเปิดแต่ไม่มีคน เราก็เป็นคนปิดน้ำเองเราปิดก๊อก ก็หลับอีก พอประมาณซัก 2 นาที ก็เอาอีกแล้ว อาบน้ำอีกแล้ว มึงจะอาบอะไรนักหนา ชักไม่ไว้ใจและเรียกใครก็ไม่ตื่นมันเพลียกันอ่ะเนอะ เราก็เดินไปปิดน้ำ เพราะมันเปิดอีกแล้วทีนี้นอนเอาอีกแล้วเหมือนเดิม ทีนี้เรียกทุกคนตื่นหมดเลย บอกตื่นเถอะ เล่าให้เพื่อนๆ ฟัง มันก็ไม่หลับกันแล้ว เห็นเราแปะหน้าก็แปะบ้าง เออก็เล่ากันเฮ้ยน่ากลัว เดี๋ยวพรุ่งนี้เราเปลี่ยนห้องกับนักดนตรีกันนะ อย่านอนเลยมันต้องมีอะไรแน่ห้องเนี่ย เราก็นอนฟังคนพูดกันแป๊บเดียวร่างทะลุประตูมาเลยค่ะ เงาดำมาเลน มึงล้อเล่นกับกูเหรอ มึงล้อกูเล่นเหรอ ปั๊บนอนทับเลยค่ะ กระดุกกระดิกไม่ได้ หาว่าเราไปล้อเล่น เราก็ท่องนะโมนะโม กระดิกนิ้งได้ครบ 4 นิ้ง เราฟาดปึ้งก็หาย บอกเฮ้ยมันเป็นแบบนี้ทำไมมึงไม่เรียกกู มึงคุยอะไรกันนักกันหนา กูกระดุกกระดิกไม่ได้ เพื่อนก็บอกกูไม่นอนแล้วกูไม่เอาแล้ว ก็เลยลงไปกินข้าวกัน ฟ้าสางแล้วเกือบตี 5 ก็กะว่าเออท้องฟ้าสางผีไม่มาหรอก ยังไงก็ไม่มา เราก็ไม่ลงไปกินเพราะว่าเราเหนื่อยมาก เรายังไม่ได้นอน เราก็เลยนอน เราได้ยินเสียงกุ๊กๆๆๆๆๆ กะว่าเพื่อนมาเรียกเหมือนเคาะประตู มันเหมือนคนเคาะประตูเราก็เออไม่เป็นไร ห้องไม่ได้ล็อคเดี๋ยวมันก็เดินเข้ามาเองซักพัก แป๊บนึงลืมตาเหมือนแมงมุมอ่ะ เป็นตัวคนไล่เหมือนแมงมุมอ่ะ ก๊อกๆ ไต่ไปแล้วก็มองเรา ไอ้เราก็ตัวขยับไม่ได้อีกแล้ว ค่อยๆ ไต่ไป ไต่ไป แล้วมันก็ไปอยู่ตรงพัดลมเพดาน แล้วมันก็ก้มลงมองแล้วหมุนตามพัดลม แป๊บนึงมันกระโดดลงมาทับเรา โอ้ยเกือบตายกว่าจะหลุดพ้นได้ หายใจไม่ออกทำอะไรไม่ได้ มีความรู้สึกว่าเหนื่อยมาก เช้าเราก็เลยไปถามเขา แล้วขอเปลี่ยนห้อง เขาก็บอกว่ามีผู้หญิงหมอนวดโดนฆ่าตาย

 

 

 

ยิ่งยง ยอดบัวงาม นอนห้องผีสิง 

ครั้งหนึ่ง เคยไปพักห้องหนึ่งที่เคยมีคดีฆ่ายัดศพซุกเอาไว้ ที่จ.ทางภาคอีสาน เรากลับจากคอนเสิร์ตมาตี 1 ตี 2 และ ทุกคนก็เข้าห้องอาบน้ำกันเรียบร้อย พอถึงเวลาพักผ่อนก็นั่งๆ นอนๆ เหมือนจะหลับหรือไม่หลับไม่รู้ แต่ว่าจะมีผู้หญิงสองคนมานั่งสะกิด มันจะมีผู้หญิงสองคนมานั่งอยู่ข้างๆ เรา ร้องห่มร้องไห้ เราก็ถามว่าเป็นอะไร เขาก็บอกหนูเป็นผีโดนฆ่าตายอยู่ที่นี้นะ แล้วก็ไม่มีจะกินแล้ว ไม่มีข้าวกินอ่ะ ทำบุญให้หน่อย แต่ในภวังค์ตอนนั้นเราก็บอกว่าอุ้ยพี่ก็ไม่มีเงินนะ พี่ก็จนพี่ไม่มีตังค์นะ แต่ถ้าให้มีเงินต้องบอกหวยพี่ซิ มันเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น เราเห็นนะเป็นผู้หญิงสองคนเลยใส่กระโปรงสั้นๆ เป็นผู้หญิงสวยๆ เลยปกติ รูปร่างหน้าตาไม่มีแบบเละเทะอะไรเลย เขาก็บอกหวยแล้วช่วยทำบุญให้ด้วย ได้เลขเสร็จปุ๊บเหมือนว่าเขาลอยไปทางหน้าต่างเลยนะ ทั้งสองคนเลย เราก็สะดุ้งตื่นเหมือนว่าเขากดเราไว้ ตื่นปุ๊บก็สะกิดคนนอนด้วย ช่วยด้วยๆ ผมขอไปนอนข้างนี่นะ เหมือนกับเขาก็รู้ด้วยว่าผมเห็นแล้วห้องนั้นมีผี ตอนเช้าผมก็ลงไปข้างล่างไปที่เคาท์เตอร์ บอกน้องพี่ถามจริงๆ อย่าโกหกพี่นะ พี่นอนอยู่ห้องนี้เบอร์นี้

เขาบอกเฮ้ยเขาเปิดให้พี่ด้วยเหรอ จริงๆ ห้องนี้เขาปิดตายนะพี่ คือจังหวะนักร้องแดนซ์เซอร์มันไปกันเยอะไง มันเต็มห้องมันเต็มเขาเลยเปิดห้องนี้ให้ แล้วจังหวะเราสองคนไปเจอ บอกแล้วอย่าไปบอกใครนะพี่ ห้องนั้นนะเขาฆ่ายัดศพใต้เตียง เป็นผู้หญิงสองคนเลย เราแบบไม่นอนแล้ว กลับกรุงเทพซื้อหวย ไม่ถูกแต่ก็ตักบาตรให้เขาตอนเช้า และอีกครั้งหนึ่งไปพักโรงแรมนอนด้วยกัน 3 คน ผมก็นอนตื่นเช้ามาก็หันไปดูอีกเตียงร้ายนะเนี่ยหายไปไปหาผู้หญิงมาแน่ๆ เพราะเตียงไม่ได้เปิดไม่ได้อะไร เหมือนเดิมเลย ผมก็สงสัยว่าอีกคนหายไปไหนทำไมมันไม่ขึ้นมานอน ผมก็ไปดูที่ประตูประตูก็ล็อคอยู่ ผมก็เดินๆ เดินไปห้องน้ำ ในห้องน้ำก็มีเหมือนคนหายใจอยู่ได้ยินเสียงกรนอ่ะ เราก็อ้าวใครมานอนนี่ว่ะ แดนเซอร์ที่นอนกับเรามันไปนอนอยู่ในตู้เสื้อผ้า เราก็ปลุกมันถามมันว่าบ้าหรือเปล่ามานอนอะไรในตู้เสื้อผ้า มันตื่นแล้วก็บอกว่าอ้าวเขาไปไหนละ มีผู้หญิงขึ้นมาด้วย เขาบอกว่าให้มานอนกับเขาในตู้นี้ ตู้นี้เป็นที่นอนของเขา แล้วผมก็บอกว่าเออเขาออกไปแล้วมั้ง แต่ประตูมันยังล็อคอยู่เลยที่มีกลอนกั้นข้างใน เราก็เลยคิดมโนว่าผีแล้ว แต่เรายังไม่รู้ว่าห้องนี้เกิดอะไรขึ้น ก็ไปถามอีกตอนเช้า เขาก็บอกว่ามีคนถูกฆ่าแล้วเอาศพไปยัดไว้ในตู้เสื้อผ้า

 

 

 

ธัญญ่า อาร์สยาม โดนของเข้าเกือบปางตาย

ด้วยความเป็นคนไม่เชื่อนี้ คือเราไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็อารมณ์หงุดหงิดอารมณ์ฉุนเฉียว คืออยู่ๆ นึกอยากจะเหวี่ยงคุณแม่ก็เหวี่ยง เสียงแข็งตหวาดใส่ ซึ่งเมื่อก่อนเราไม่เคยเป็น แล้วก็ขี้หลงขี้ลืมขาดแปรงสีฟันตัวเองยังจำไม่ได้เลยว่าอันไหน คือแล้วจะชอบบ่นปวดหลังปวดขา แล้วก็จะเดินกระเผลกเลยค่ะ ขึ้นเวทีก็แบบจะขึ้นไหวไหม จะปวดฝั่งเดียวคือฝั่งขวาแล้วก็จะปวดไหล่มากเหมือนปวดผิดปกติแต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คิดแค่ว่าเราใส่ส้นสูงมานานก็เลยทำให้เมื่อยปวดขา แต่ที่รู้ก็คือแฟนคลับก็จะฝัน ฝันถึงเราว่าโดนรถชนฝันว่าเราตาย แล้วหนูก็จะฝันว่ามีคนเอาเข็มมาจิ้มๆ หน้า ตื่นเข้ามาก็มาบอกแม่ว่าทำไมหนูฝันน่ากลัวจังเลย ฝันว่าเหมือนเราไปหาหมอ แล้วไม่ใช่หมอจะเอาเข็มแต่เป็นเข็มแบบยาวมาก เส้นเล็กๆ แต่ยาวมาก แล้วก็เอามาเหมือนกับจิ้มๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ คือแล้วก็แฟนคลับเขาฝันว่าเขาเห็นเราถูกรถชนตาย เขาเลยโทรหาหลวงตาที่เขานับถือเขาก็เล่าว่าเขาฝันแบบนี้ หลวงตาก็เลยบอกว่าโดนน้ำมันแล้ว โดนเขาทำของใส่ เขาก็มาเล่าให้ฟังแต่เราก็ยังไม่ได้สนใจ จนมารู้ว่าวันนั้นที่เราไปวัด หนูไปถึงก็เหนื่อยเพลียง่วงแบบบอกแม่ว่าแม่หนูง่วงนอน หนูก็บอกแม่ว่าหนูนอนนะ นอนที่ศาลาเล็กๆ แต่หน้าซีดแบบหมองคล้ำ ตอนที่น้องนอนอยู่แม่ก็ไปขัดพระ พระอาจารย์บอกว่าให้แม่ไปขัดเพื่อความเป็นศิริมงคล แม่เขาก็ไปขัด พอขัดแล้วแม่เขาก็นึกอยากให้หนูไปขัดบ้าง ก็เลยไปเรียก หนูก็บอกว่าหนูไม่ไหว แม่ก็ไปนั่งคุยกับพระอาจารย์พระอาจารย์ก็บอกว่าอย่าไว้ใจใครแค่นั้น พอเสร็จจากวัดนี้เราก็ไปอีกวัด แต่เย็นแล้วประมาณ 6 โมง เพราะเรานัดไว้ ค่ำยังไงเราก็ต้องไป พอไปถึงมีพระนั่งอยู่ 3 องค์ มีอยู่องค์หนึ่งพูดขึ้นว่าเห็นเหมือนอาตมาไหม มีคนตามน้องมา พระคุยกันเอง แต่ไม่ได้บอกหนูนะว่าเป็นอะไรกลัวเรากลัว จากนั้นตอนจะกลับท่านก็เอาน้ำมันมาให้ เป็นหว่าน 108 ที่เป็นปูฤาษีท่านปลุกเสกไว้ ท่านก็ให้ทาที่หัวที่หน้าอก แต่มันเหมือนมันยังไม่สุด แล้วเหมือนว่าท่านเห็นว่ามันยังไม่น่าจะออกฤทธิ์พอ หนูก็เลยกินเพราะตอนนั้นก็อยากหาย พอหลังจากนั้นตาหนูก็ปูด พอเราขับรถกลับแม่เป็นคนขับ แต่ตัวเรารู้สึกว่าเราง่วงมาก ตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่ม หนูก็มองไปข้างหน้ามืดมาก แล้วมันก็รู้สึกวูบไม่ได้วูบแบบหลับนะ วูบเหมือนมีอะไรผ่านตัวเราไป หนูเลยสะบัดหัวแล้วถามแม่ว่าใกล้ถึงทางเข้าบ้านหรือยัง แล้วซักพักมันก็มีมาอีกเหมือนมีคนวิ่งสวนทางซ้ายขวา พอหลังจากนั้นมาหนูก็ไม่รู้สึกตัวเลย ทีนี้พอเข้าหมู่บ้านแรกหนูก็กรี๊ดแล้วแม่ก็หงิกแล้วก็ดิ้นๆๆๆ แม่ก็เหยียบเบรกไม่ได้ถอนคันเร่ง แล้วแม่เขาก็กอดหนู ตอนแรกคืหนูตะโกนแบบ อ้าย ดังมากเหมือนสัตว์ดุร้ายที่โดนทรมาน ไปกับแม่สองคนคือแม่กลัวมาก เราก็ยังไม่เลิกกรี๊ดดิ้นๆๆ

แต่หนูรู้สึกว่าหนูนอนหลับไม่รู้สึกอะไรเลย แล้วซักพักหนูก็สลบลงไปเลย แล้วแม่ก็โทรหาพระองค์ที่ท่านให้หว่านมากินท่านไม่รับ เราเลยโทรหาพระอาจารย์วัดแรกที่น้องไปนอน ท่านรับแม่ก็พูดไปร้องไห้ไปบอกหนูเป็นแบบนี้ ซักพักหนูตื่นขึ้นมาแล้วถามแม่ว่าแม่เป็นอะไรแต่มือหงิกปากก็เบี้ยวตาถลกเหลือกเลย จากที่แม่เขากอดหนูอยู่เขาตกใจหนู แม่ก็ถามหนูว่าหนูหนูจำแม่ได้ไหมรู้ไหมว่านี่ใครหนูก็ตอบว่าก็แม่ไง ตอนที่กรีดร้องดิ้นๆๆๆหนูยังไม่กลับมาเป็นแบบเดิมยังควบคุมตัวเองไม่ได้ อยู่บนรถก็กอดลูก พอถึงบ้านเดินลงรถไม่ได้ไม่มีแรง หนูถึงบ้านหนูกลัวมากแต่ไม่รู้ว่ากลัวอะไร แต่รู้สึกเพียงว่าหนูกลัวมาก ไปถึงบ้านไม่มีอาการปากเบี้ยวอะไรแล้ว แต่กลายเป็นไม่มีแรง พอพระอาจารย์มาท่านก็ไปซื้อมะพร้าวมาลูกหนึ่ง ท่านก็ท่องคาถาใส่น้ำมะพร้าว แล้วก็เทน้ำมะพร้าวใส่ขันน้ำแล้วก็ให้น้องกิน ซักพักหนึ่งประมาณซัก 10 นาที ลุกขึ้นมาอ้วก อ้วกออกมาเป็นเลือด คือทุกคนตกใจ ตอนแรกมันจะเป็นน้ำออกมาก่อน ซักพักไออกมาแค๊กๆก่อนแล้วก็ออกมาเป็นเลือดข้นๆ เลยนะคะ ไม่ใช่เลือดออกมากับน้ำสีแดงอะไรอย่างนี้นะคะ แต่คือมันเป็นเลือดข้นๆ เลือดจริงๆ แล้วอ้วกออกทีไรก็เป็นเลือดๆ รอบแรกเยอะเหมือนกันค่ะ แล้วพอเลือดออกมาหมดก็หยุดไป รอจนถึงเที่ยงคืนจากตอนที่พระอาจารย์มาตอน 4 ทุ่ม พระอาจารย์บอกว่าต้องอ้วกเป็นเลือดแบบพุ่งจู๊ดเลยอ่ะ ของมันถึงจะออกหมดพระอาจารย์บอกแบบนี้ เราก็รอค่ะ พอพระอาจารย์กลับได้ซักพัก สงสัยยังไม่ถึงวัดนะคะ หนูอ้วกพุ่งจ๊วดเลยค่ะ ปู๊ดออกมาแต่ไม่เป็นเลือด แต่จะเป็นก้อนๆ ขาวๆ เป็นมันๆ แล้วก็เป็นใยๆ เหมือนสาหร่ายเป็นสีดำ แม่เขาก็เลยโทรบอกพระอาจารย์ พระอาจารย์ก็บอกว่าให้แม่หาไม้มาเขี่ยดูว่ามันมีเส้นผมไหม มีตะปูไหมแต่แม่อย่าเอามือไปจับนะ แม่เขาก็เลยเอาไม้ไปเขี่ยดูไม่มี แม่ก็เลยบอกพระอาจารย์ว่าไม่มีแต่มันเป็นก้อนขาวๆ แล้วก็มันๆ แล้วก็มีเส้นใยๆ เหมือนสาหร่าย พระอาจารย์บอกโหแม่เล่นถึงขนาดให้น้องถึงตายเลยนะ เล่นของผีตายโหงเลยนะ คือเราก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร แต่พระอาจารย์บอกว่าเป็นคุณไสยของผีตายโหงเลย หนักมาก แต่มันยังไม่หมดทั้งๆ ที่เราคิดว่ามันหมดแล้ว พอตี 1 อ้วกอีกพุ่งป๊าดเลย สิ่งที่ออกมาเหมือนกันมีเหมือนกันอีก เราก็คิดว่ามันหมดแล้ว พอเกือบตี2เอาอีกค่ะ ครั้งนี้หยุดเราก็นอนกอดแม่ทั้งคืน จากที่เคยเหวี่ยงแม่ตะคอก ก็เปลี่ยนไปคนละคน

 

 


ออม บลูเบอร์รี่ อาร์สยาม

มีเซ้นส์แรงจากกลิ่น ได้กลิ่นเลือด คือขับรถไปจะได้กลิ่นเลือดที่แรงขึ้นๆ เราก็เครียดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเราหรือเปล่า ก็โทรหาแม่ แม่บอกว่าให้โทรหาย่า คุณย่าบอกว่าให้ระวัง นี่คือการมาเตือน คุณย่ามีเซ้นส์ บอกให้ระวังแล้วอย่าไปในที่ๆ นั้นเป็นเวลา 1 เดือน ก็บอกเพื่อนๆ ว่าอย่าไป มันจะมีการนองเลือดเกิดขึ้น ผ่านไปซักประมาณ 8 วัน ก็มีการปะทะกันนะคะ อีกครั้งกลับมาจากทำบุญแล้วก็ขับรถไป แล้วก็ได้กลิ่นเลือดแป๊บ เราก็คิดว่าเราคิดไปเองหรือเปล่า ขับไปอีกนิดหนึ่งก็มีอุบัติเหตุ แต่ถ้าเป็นกลิ่นธูป ไปซื้อของแล้วได้กลิ่นธูป แล้วเสียงสวดมนต์ เราก็จะรู้ตัวเองว่าเออเราต้องกลับแล้วแหละ ต้องมีอะไรที่ไม่ปกติแล้วแหละ แต่กลิ่นธูปเป็นสิ่งที่ดี จะไม่ใช่วิญญาณหรืออะไร แต่ให้กลับบ้านซะแล้วจะดีที่สุด อย่างน้อยๆ นั่งสวดมนต์ที่บ้านก็จะดีที่สุด แต่มีเหตุการณ์บ่อยมาก อย่างแบบกำลังจะกลับแต่จะเจอ เราไปต่างจังหวัดบ่อย เวลาที่เราเหนื่อย เราไปพักโรงแรมจะนอน เราก็เจอผีผูกคอตาย เรานอนกับวงบลูเบอร์รี่ ทุกคนนอนหลับหมดและเราก็จะนอนเตรียมตัวนอนจะห่มผ้า พอจะหลับแต่มันยังไม่หลับอ่ะคะ ก็เห็นผู้ชายมีเชือกผูกคอ แล้วก็มีคล้ายๆ โซ่ลากไปมารอบเตียงประมาณ 3-4 รอบ แล้วเขาก็พูดว่าในเนี่ยต้องมีซักคนที่เห็นเขา แล้วเขาก็นั่งอยู่ที่ปลายเตียงออม แล้วก็มีเจอที่ประเทศพม่าค่ะ ผีเขาเข้ามาเป็นกลุ่มเลย มีทั้งห่มสไบไม่มีผมแล้วก็หัวเหมือนแบบโดนเผา ส่วนใหญ่จะเป็นอะไรที่เหมือนแบบโดนเผาอ่ะค่ะ แต่จะมีผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งตรงเตียงเราแล้วก็มาก้มมองเรา แล้วก็จับแขนเราบอกมาซิมารำๆ บอกให้รำ พอตื่นขึ้นมาได้เราเหนื่อยมาก

และอีกอย่างที่รู้คือ จะรู้ว่าญาติคนไหนจะเสียชีวิต เรานอนอยู่ที่คอนโด แล้วภาพมาที่ประตูสะท้อนมา เราก็มองไม่ชัดเหมือนรวบผมหรืออะไร แต่เรามองแล้วเหมือนยายเราเลย เป็นเงาที่เป็นคนชัดเจน เราก็เออเราเคยเจอก็ไม่เคยเจอเงาผู้หญิงแบบนี้ เราก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะถ้าเขามาไม่ดีเขาคงแสดงให้เราเห็นแล้ว เราคงอึดอัดแล้ว เราก็กลับไป แล้วเช้าตื่นมาแม่โทรมาบอกว่า ออมยายเสียแล้วนะ แล้วก็ก่อนคุณพ่อจะเสีย พ่อเจอผีตาม ตอนท่านมีชีวิตอยู่ท่ามก็สัญญาไว้ว่าจะรักกันจะแต่งงานกัน แล้วเหมือนท่านก็ไม่ได้ทำตามสัญญา โดยการหลอกผู้หญิงคนนั้นว่าตัวเองตายแล้ว แล้วก็จัดงานศพหลอกขึ้นมา เพื่อให้เลิกกัน ซักพักเลิกกันก็มาคุณแม่แล้วก็แต่งงานกัน จากนั้นเราก็ไม่ทราบข่าวของผู้หญิงคนนั้น แต่มารู้อีกทีคุณพ่อบอกคุณย่าว่าผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิตแล้ว คิดว่าน่าจะตรอมใจตายค่ะ เพราะคิดว่าคุณพ่อเสียชีวิตไปจริงๆ แล้วก็มารู้ทีหลังว่าเขาหลอก เพราะเขาจะไปแต่งงานกับคุณแม่ เรื่องนี้กว่าคุณพ่อจะเสียก็เป็น 40-50 ปี ตอนแรกก็ไม่ได้มีอะไร แต่พอหลังๆ ที่คุณพ่อจะทรุดเข้าโรงพยาบาลน้องชายที่เฝ้าคุณพ่อตื่นมาเข้าห้องน้ำ ก็เห็นผู้หญิงตอนตี 5 ว่านั่งบีบคอพ่ออยู่ ไปโรงพยาบาลทุกครั้ง คุณพ่อจะทักคนอื่นว่าทำไมพาผู้หญิงมาด้วยเป็นใคร ไม่รู้จัก และพ่อจะละเมอถีบเตียงตลอดเวลา แต่พอคุณพ่อเสียไปแล้ว เขาก็ยังตามไม่หยุด จนเราต้องตามแก้อโหสิกรรมให้กับเขาค่ะ

 

 

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง