จากประเด็นศัลยกรรมทำพัง เกือบตาย ของ เม จีระนันท์ กิจประสาน อดีตนักร้องดังค่ายอาร์เอส ที่ออกมาเปิดใจกับเหตุการณ์ช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเปิดอีกหนึ่งข้อความจาก น้องสาว (ลูกพี่ลูกน้อง) ที่ใช้ชื่อว่า บิว Pantree Mayakarn พรรณตรี มายะการ ที่เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้น เล่าถึงขั้นตอนการรักษา และการไร้ความรับผิดชอบของ เอเจนซี่ และ โรงพยาบาลที่ทำศัลยกรรม เป็นคนละมุมกับทางคุณอุ้มที่ได้โพสต์ก่อนหน้านี้ (ตามไปอ่านที่นี่) และก็พูดถึงความสำคัญของการถ่ายเก็บหลักฐานทั้งหมด ตลอดการรักษา โดยโพสต์ผ่านทาง facebook May Jeeranan

 

ยังไม่จบ! เม จีระนันท์ เปิดข้อความ น้องสาว อยู่ตลอดเหตุ ศัลยกรรมทำพัง!

 

@May Jeeranan : ขอบคุณบิว Pantree Mayakarn น้องสาว (ลูกพี่ลูกน้อง) Pantree Mayakarn คนนี้ ที่คอยดูแล เป็นห่วง และปกป้องเมกับคุณแม่ เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่เมอยู่ในห้อง ICU และช่วยเหลือเมกับคุณแม่มาโดยตลอด

คลิป รูปถ่ายต่างๆ ที่เมแชร์ ซึ่งเป็นหลักฐาน ผลงานการกระทำของโรงพยาบาล Grand และอุ้ม รัสรินทร์ หมอลี เซ ฮวาน และ KTOP Clinic น้องเมคนนี้เป็นคนถ่ายเอาไว้ ซึ่งตอนนั้น เมไม่เคยเข้าใจเลยว่า จะถ่ายไว้ทำไม? สภาพเมทุเรศ บาดเจ็บปางตาย เมไม่อยากเห็น และไม่อยากเก็บไว้ในความทรงจำ แต่ก็ไม่มีแรงที่จะเถียง หรือห้ามน้อง ในวันนั้น มันกลายมาเป็นหลักฐานที่เมมี

วันนี้ พี่อยากขอขอบคุณบิว ในความรัก เสียสละ กล้าหาญ และยืนเคียงข้างพี่ไม่เคยทอดทิ้ง

เมขอขอบพระคุณ คุณหมอและพยาบาลทุกท่าน ที่รักษาช่วยชีวิตเมเอาไว้ ทั้งที่รพ.บำรุงราษฎร์ และนครธน โดยเฉพาะทีมอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้ง 4 ท่านที่ รพ.บำรุงราษฎร์ ซึ่งดูแลให้การรักษาเม อย่างดีมาก ท่านเก่งมาก และถ้าคุณแม่ไม่ตัดสินใจย้ายมาที่นี่ เมคงไม่รอดชีวิตจริงๆค่ะ

ขอบพระคุณ นพ.สงวน คุณาพร เลขาธิการสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย ซึ่งน้องสาวของเม โทรไปปรึกษาระหว่างที่เมรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU มาโดยตลอด ไม่ว่าจะดึกๆดื่นๆแค่ไหน ท่านก็รับโทรศัพท์ (ท่านทำงานอยู่ที่ภูเก็ต) ท่านเป็นคนที่ทราบอาการของเมดี ทุกระยะ และเป็นห่วงบอกว่าอาการของเมยังไม่น่าไว้วางใจ เมควรได้รับการรักษาจากทีมแพทย์เฉพาะทาง ไม่ใช่เพียงหมอศัลยกรรมเท่านั้น คุณแม่จึงตัดสินใจย้ายไปรพ.บำรุงราษฎร์ทันที ไม่งั้น เมคงตายแน่ๆ ค่ะ

ขอบพระคุณ คุณหมอ จักรินทร์ บรรจงกิจ แห่ง KTOP ที่แม้ท่านจะมาช่วยเม ด้วยเหตุผลใด ใครสั่งมาหรือไม่ก็ตาม แต่ท่านก็เป็นคนแรก ที่บอกความจริงกับเม ไม่ยอมให้เมไปเกาหลี และรักษาช่วยชีวิตเมเอาไว้ ซึ่งท่านก็ได้ทำเต็มที่สุดความสามารถ เหนื่อย และต้องมาเสี่ยงกับปัญหาที่ท่านไม่ได้เป็นคนสร้างมาตั้งแต่ต้น

ขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ วันชัย สอนศิริ ทนายความที่ให้คำปรึกษาและดูแลเมในส่วนของกฎหมาย ปกติท่านจะไม่ได้ลงมาว่าความด้วยตัวเอง และเมเองก็เป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ เมโชคดีมากที่ท่านเมตตา เห็นเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องใหญ่ และจะเป็นอุธาหรณ์ เป็นประโยชน์กับคนหมู่มาก (ก่อนหน้านี้ เมแทบหมดหวัง และกลัวไปหมด แทบถอดใจ แต่อาจารย์ก็ถามเมว่า สิ่งที่เมพูดทั้งหมด คือความจริงมั๊ย? ถ้าเป็นความจริง เมก็ไม่ต้องกลัวอะไร เมคือผู้เสียหาย ไม่ได้รับความเป็นธรรม) และท่านจะอยู่เคียงข้างดูแลเมไปจนสุดทาง ไม่ใช่ในฐานะทนายรับจ้าง แต่ในฐานะที่ผู้ใหญ่คนนึง ปกป้องดูแลเด็กที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม 🙏🏻

ขอขอบคุณ พี่ต๊ะ นารากร ติยายน พี่คนแรกที่ได้ทราบเรื่องราวความเจ็บป่วยของเม และให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และแนะนำให้เมได้รู้จักท่านกับอาจารย์วันชัย 🙏🏻

ขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่าน ที่ให้ความสนใจ ตระหนักถึงภัยอันตรายที่อาจจะเกิดกับคนไทย ตีแผ่เรื่องราวอันเป็นอุธาหรณ์ของเม ซึ่งเมหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแบบเมเช่นนี้กับใครอีก 🙏🏻

ท้ายนี้ ขอขอบคุณ ทุกๆกำลังใจ ความห่วงใย ที่ส่งมาให้เมกับคุณแม่ด้วยความซาบซึ้งใจนะคะ

 

ยังไม่จบ! เม จีระนันท์ เปิดข้อความ น้องสาว อยู่ตลอดเหตุ ศัลยกรรมทำพัง!

 



#ข้อมูลเชิงลึกที่โลกต้องรู้ #ยาวหน่อยแต่โปรดอ่านให้จบตาจะยิ่งสว่าง

*รพ.แกรนด์โกหกกลับมาว่า หมอลีไม่ได้เป็นคนผ่าเอาถุงระบายเลือดออก ที่ KTOP เมืองไทยและยังโกหกอีกว่าหมอไทยเป็นคนทำ

**ผจก. KTOP คลินิกชื่อ ตาล ไปแอบเซ็นให้ปกปิดเคสพี่เม ขณะรักษาตัวอยู่ที่รพ.บำรุงราษฎร์โดยพละการไม่ได้รับการยินยอมจากคุณแม่พี่เมและไม่ได้บอกให้คุณแม่พี่เมรับทราบ

*** เอเย่นอุ้มไม่เคยโผล่หัวมาเยี่ยมพี่เมเลยสักครั้ง ตลอดเวลาที่พี่เมเจ็บป่วยทนทุกข์ทรมานปางตายที่บ้านไป KTOP นอนห้องICU จนย้ายรพ.จนออกจากรพ.เอเย่นอุ้มไม่เคยมาหาพี่เมเลยสักครั้งเดียวย้ำว่าไม่เคยมาเลยสักครั้งเดียว *ซึ่งป่วยนานมากกกกก

 

 

ยังไม่จบ! เม จีระนันท์ เปิดข้อความ น้องสาว อยู่ตลอดเหตุ ศัลยกรรมทำพัง!

 

@Pantree Mayakarn #หลังจากพี่เมออกมาพูดความจริง ทางทีมเอเย่นอุ้มได้มีการโพสข้อความในทำนองถากถางจิกกัดสร้างกระแสว่าไม่ได้เงิน60ล้านแล้วออกมาดิ้นและมีการแช่งให้พี่เมตายโดยการฉีดยาตายเป็นเรื่องสนุกปาก

#บันทึกเหตุการ์ณจริงนะหว่างดูแลพี่เมจีนะนันท์

บิวและพี่ต้า Tata Rarin Thongma ได้อยู่กับพี่เมและคุณแม่พี่เมตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่พี่เมได้มีการผ่าเอาซิลิโคนออกด่วน จนวันที่พี่เมรอดตายแล้วจริงๆ (ขอเล่าเฉพาะเหตุการ์ณสำคัญนะคะ)

ณ รพ.นครธน (เป็นรพ.ที่ทาง KTOP คลินิกไปเช่าห้องผ่าตัดและรักษาต่อเพื่อประทังชีวิตเท่านั้น)

บิวไปถึงก่อนพี่เมเข้าห้องผ่าตัดพอดี และคำพูดคำแรกของคุณหมอจักรรินหลังออกจากห้องผ่าตัดคือ "ผมทำดีที่สุดแล้ว"

คุณแม่พี่เม หันมาถามพวกเราว่า คุณหมอพูดหมายความว่าไง เมปลอดภัย จะไม่ตายใช่ไหม?
คุณหมอก็ยันยืนคำเดิมว่า "ผมทำดีที่สุดแล้ว ถ้าหลังจากนี้น้องอาการดีขึ้นก็ไม่เป็นไร ต้องรอดูอาการต่อไป"

คุณป้า (คุณแม่พี่เม) รู้สึกขอบคุณคุณหมอมาก และซาบซึ้งที่คุณหมอท่านนี้เป็นคนช่วยชีวิตพี่เมมาก

แต่พี่เมกลับอาการไม่ดีขึ้น ไข้ยังขึ้นสูง คุณหมอวินิจฉัยว่า หนองอาจยังไปคั่งที่รักแร้ จึงตัดสินใจผ่าตัดอีกรอบ ติดๆกัน แต่หลังจากผ่ารอบที่2 อาการพี่เมก็ยังไม่ดีขึ้น ไข้ยังสูง นอนห้อง ICU อาการน่าเป็นห่วง ยังไม่พ้นขีดอันตราย ช็อคตายได้ทุกเมื่อ

 

ยังไม่จบ! เม จีระนันท์ เปิดข้อความ น้องสาว อยู่ตลอดเหตุ ศัลยกรรมทำพัง!

 

ยังไม่จบ! เม จีระนันท์ เปิดข้อความ น้องสาว อยู่ตลอดเหตุ ศัลยกรรมทำพัง!

 

ยังไม่จบ! เม จีระนันท์ เปิดข้อความ น้องสาว อยู่ตลอดเหตุ ศัลยกรรมทำพัง!

 

ในช่วงเวลานั้น ภาพที่บิวเห็นคือ

-พี่เม พี่สาวตัวเองนอนทุกข์ทรมานไม่รู้จะตายหรือรอดในห้องICU ทุกวัน
-คุณป้า สภาพเหมือนตายทั้งเป็น ร้องไห้ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ไม่ทานข้าว คอยลุ้นให้ลูกตัวเองรอดปลอดภัยมีชีวิตอยู่ต่อได้ และภาพที่รู้สึกแย่ที่สุดคือ คุณป้าต้องคอยพูดขอร้องเอเย่นอุ้มอยู่ตลอดว่า อุ้มอย่าทิ้งน้องนะ อุ้มอย่าหายไปนะ อุ้มช่วยแม่ด้วยนะ
(ลองคิดกันดูนะคะ ว่าของจริงเอเย่นแสดงความเป็นห่วงมากแค่ไหน เป็นห่วงจริงอย่างที่ออกมาแก้ตัวรึป่าว ทำใมคุณป้าถึงต้องขนาดขอร้องมันว่าอย่าทิ้ง)

คุณป้าเล่าว่า ช่วงหลัง ตั้งแต่พี่เมเริ่มอาการหนัก ก่อนต้องผ่านมเน่าออกด่วน ป้าก็ติดต่ออุ้มยาก คือเค้าก็ยังตอบนะ แต่มาๆหายๆ ต้องคอยตามอยู่ตลอด และก็ตอบแบบขอไปที
อ้างเรื่องงาน อ้างต้องรอคำตอบจากหมอลี ต้องรอๆๆ แต่ป้าไม่รู้สึกถึงความห่วงใยจากอุ้มเลย เค้าจะทิ้งเมไหม??

นี่คือสิ่งที่บิวรับรู้เรื่องเอเย่นอุ้มผ่านทางตา ทางหูของตัวเองมาโดยตลอด

ระหว่างนั้น ทางคุณหมอจักรินก็แจ้งเราอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่สามารถมาดูแลพี่เมได้เต็มที่ เพราะติดงานประจำ แต่จะมาเยี่ยมหลังเลิกงานทุกวัน  ทุกคนก็ลุ้นให้อาการพี่เมดีขึ้น แต่กลับไม่ดีขึ้น ทางคุณหมอเองก็ยืนยันว่า
ได้ให้ยารักษาผ่านการฉีดเข้าทางน้ำเกลือที่ดีที่สุด แรงที่สุดแล้ว และได้อธิบายว่า การติดเชื้อที่พี่เมเจอ และที่พี่เมเป็นทั้งหมด มันเกิดขึ้นได้

แต่บิวและคุณป้าไม่รู้สึกไว้ใจทีมอุ้มอีกต่อไป ทั้งรพ.แกรนด์ และเคทอป ขอเรียนตามตรงว่าพวกเรา ไม่เคยได้ข้อมูลที่แท้จริง ตรงไปตรงมา จากทีมของอุ้มเลยสักคน ไม่ว่าจะเป็นหมอ หรือตัวแทนจากแกรนด์ที่บินตรงมาจากเกาหลีก็ตาม ข้อมูลเดียวที่เป็นความจริงที่เราได้ ก็คือ จากคุณหมอจักรินที่บอกให้ผ่านมออกด่วน นมเน่า ติดเชื้อหนัก ไม่งั้นตายแน่.... เป็นความจริงแรก ความจริงเดียวและความจริงสุดท้ายที่ได้รับ.....

บิวได้ติดต่อคุณหมอรุ่นใหญ่ นพ.สงวน คุณาพร เลขาธิการสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย เพื่อสอบถามอาการที่แท้จริง และสาเหตุที่พี่เมเลือดออกไม่หยุด ตั้งแต่วันผ่าเสริมเต้านมที่เกาหลี ว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นเพราะสาเหตุอะไรได้บ้าง
คุณหมอท่านก็น่ารักมากก ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา คอยเป็นห่วง เป็นคนที่คอยบอกความจริงเราตลอด ว่าเราควรรักษายังไง หาชื่อเชื้อที่ติดในกระแสเลือดนะ ทำใมไข้ยังไม่ลด คือโทรอัพเดทอาการของพี่เมให้คุณหมอทราบทุกระยะ ไม่เคยรำคาน  (คุณหมอก็ตอบเราเท่าที่จะสามารถประเมินได้นะคะ เนื่องจากอยู่ไกลกันและไม่เห็นตัวพี่เม)
คุณหมอรับโทรศัพท์ทางไกล ถ้าติดงานก็โทรกลับทุกครั้ง สุดยอดมากบอกเลย (โทรกลับทุกครั้งและแสดงความเป็นห่วงที่เรารับรู้ได้ชัดมากกว่าอุ้มมากกกก)

จนกลางดึกคืนก่อนตัดสินใจย้ายรพ.
พี่เมมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก พูดไม่ค่อยได้ ไม่มีเสียง เจ็บแน่นไปหมด ทุกคนตกใจหนักมากก และเวลาประมาณ 5ทุ่มกว่า คุณป้าโทรหาบิวว่า คุณหมอสั่งให้ พี่เม X-ray ปอดด่วน และผลออกมามีฝ้าขึ้นปอด คุณหมอกลับบอกป้าว่า อาการปกติเกิดขึ้นได้
(บิวคิดว่าคุณหมอจักรินทร์ก็ทำดีที่สุดแล้ว และน่าเห็นใจที่ต้องอยู่ในจุดที่ลำบากใจและอึดอัดมาก ต้องมารับผิดชอบเคสมีปัญหาหนักๆทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนทำ และตัวคุณหมอเองก็ทำงานให้ KTOP คลินิกซึ่งอยู่ภายใต้รพ.แกรนด์ คือทำงานภายใต้คนเกาหลี จะพูด จะตอบ จะให้ข้อมูลอะไร มันก็คงน่าอึดอัดใจมากอยู่ การพูดกลางๆจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด)

คืนนั้นคุณป้ากลัวมาก จะทำยังไงดี กลัวพี่เมจะไม่พ้นคืนนั้น บอกเลย ของจริงหลอนมากก ทุกคนกลัวว่าพี่เมจะตาย ปากสั่น มือสั่นกันทุกคน  บิวก็พยายามโทรสอบถามเรื่องผล X-ray ฝ้าขึ้นปอดกับคุณหมอหลายท่าน โทรปลุกกลางดึกก็มี ซึ่งคุณหมอทุกคนยืนยันคำเดียวว่า อาการไม่ดีนะ เชื้ออาจลามไปปอดได้ น่ำท่วมปอดได้ โคม่าแล้ว อันตรายมาก ต้องใช้ทีมแพทย์หลายคนในการรักษานะ และแนะนำมาว่า แพทย์ด้านไหนบ้างที่จะช่วยพี่เมได้ ก็บอกมาเป็นด้านๆเลย

 

เฉพาะทางอายุรกรรม
เฉพาะทางด้านปอด
เฉพาะทางด้านศัลยกรรมพลาสติก
เฉพาะทางด้านกายภาพ

บิวก็รีบแจ้งคุณป้าทันที ตอนนั้นก็ยอมรับว่า มันทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะต้องตัดสินใจยังไง? จะย้ายรพ.เลยไหม? แล้วไปรพ.ไหนดี? ควรย้ายจริงหรือ? เพราะพี่เมเองยังอยู่ห้อง ICU จะตายระหว่างย้ายรพ.ไหม?!?

สรุปคืนนั้นก็ยังไม่ย้ายก่อน รอดูอาการอีกวัน

รุ่นเช้าอีกวัน คุณป้าได้โทรหาบิวประมาณ 8โมง แจ้งว่า ป้าตัดสินใจย้ายพี่เมไปรพ.บำรุงราษฎ์เลยนะ
เพราะตอนเช้า ป้าเห็นคุณหมอเวรห้อง ICU เดินตรวจทุกห้อง ยกเว้นห้องพี่เม
ป้าจึงเดินไปถามพยาบาลว่า ทำใมคุณหมอถึงไม่มาตรวจเม ได้รับคำตอบว่า เคสพี่เม เป็นเคสนอกและถูกสั่งไว้ไม่ให้ยุ่ง เคสนี้รพ.ยุ่งไม่ได้
(ทำนองว่า ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาติ หมอคนอื่นก็มารักษาไม่ได้)

และยิ่งไปกว่านั้น ป้าเพิ่งได้คุยกับคุณหมอที่อ่านผลเลือดของเม (เป็นคุณหมออายุรกรรมของรพ.นครธนคะ)
เค้าได้บอกความจริงกับป้าว่า เมติดเชื้อที่รุนแรง และน่ากลัวมาก เป็น1ในเชื้อที่อันตรายมากที่สุด ชนิดที่หากเชื้อขึ้นตาก็บอดทันที ปล่อยไว้แบบนี้ น้องแย่แน่

เสียงป้าสั่นไปหมด บิวรู้เลยว่าป้ากลัวมาก กลัวว่าพี่เมจะทนไม่ได้ กลัวพี่เมจะไม่สู้ กลัวจะเสียพี่เมไป
เราได้แต่ให้กำลังใจซึ่งกันและกันว่า
พี่เมจะต้องไม่ตาย จะปลอดภัยและหายเป็นปกติ คุณป้าต้องทำใจดีๆ ต้องเข้มแข็งนะ บิวก็รีบเดินทางไปรพ.นครธนพร้อมกับพี่ต้าทันที เพื่อไปช่วยคุณป้าย้ายพี่เมไปรพ.บำรุงราษฎ์ คุณป้าก็มีสติเยี่ยมยอดมาก จัดการดำเนินเรื่องย้ายรพ.เรียบร้อย และไม่ร้องไห้ต่อหน้าพี่เมเลย

หลังจากย้ายไปรพ.บำรุงราษฎ์ ก็ได้มีทีมหมอถึง 4ท่านในการช่วยกันรักษา ถ้านับรวมคุณหมอห้องฉุกเฉิน ก็เป็น 5ท่าน และทำให้เราได้รู้ความจริงทั้งหมด รู้ข้อเท็จจริง มีคำอธิบายที่ตรงไปตรงมาก มีเอกสารให้เราดูได้ ไม่ปกปิดหรือพยายามบอกกับเราว่าอาการปกติเหมือนที่เราเคยได้รับฟังมาตลอด ตอบเราทุกคำถาม เครียทุกข้อสงสัย บริการดีเยี่ยม จัดทีมแพทย์ระดับอาจาร์ยแพทย์มาช่วยรักษา
----------------------

 

ยังไม่จบ! เม จีระนันท์ เปิดข้อความ น้องสาว อยู่ตลอดเหตุ ศัลยกรรมทำพัง!

#ประเด็นหมอลีไม่ได้เป็นคนผ่าเอาถุงเลือดออกทั้งที่เป็นคนผ่าจริง

ผจก.ยู มาเป็นตัวแทนของรพ.แกรนด์ และมีคุณหมอเกาหลีอีกคนบินมาจากเกาหลีด้วย เพื่อมาช่วยดูอาการเคสพี่เม (มาตั้งแต่อยู่รพ.นครธน ตอนอาการสาหัส) แต่หมอลี ไม่ได้มานะคะ
เอเย่นอุ้มแจ้งกับคุณป้าว่า หมอลีไม่สะดวกมา ติดงานบ้าง ติดพักร้อนบ้าง ติดเหี้ยอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด แต่ไม่เคยมาเลยตอนพี่เมปางตาย

ทั้งบิว พี่ต้า คุณป้า และพี่เมเองหลังพ้นขีดอันตราย ผ่านตาย เริ่มกลับมาพูดได้  ก็ได้มีการเจรจา อัพเดทอาการ รวมถึงการต่อว่าต่างๆผ่านผจก.ยู ในเรื่องการทำงานของเอเย่นอุ้มที่ดูแลได้แย่มาก ห่วยสุดๆ พวกเราไม่มีใครรู้สึกว่าอุ้มว่าห่วงใย หรือดูแลอะไรพี่เมจริงๆเลย สิ่งที่อุ้มทำดีที่สุดคือ ปากดีเอาตัวรอดไปวันๆ อุ้มไม่ทิ้งคะ อุ้มเป็นห่วงคะ แต่การกระทำตรงกันข้ามทุกอย่าง
และได้ต่อว่าคุณหมอลีผ่านผจก.ยูอีกหลายอย่าง ทั้งความประมาท การไม่ยอมบอกความจริงอะไรเลย และเรื่องที่มาผ่าเอาถุงระบายเลือดออกในคลินิกไทยโดยไม่มีใบอนุญาติ ซึ่งผิดกม.ไทย

 

 

ผจกยู อึ้งและทำหน้าเสียมาก บอกว่าขอเวลาไปเช็คเรื่องนี้ก่อน...

และกลับมาอีกวัน บอกกับพวกเราว่า หมอลี ไม่ได้เป็นคนผ่า เป็นหมอไทยที่ผ่า หมอลีแค่มาดูเฉยๆ ซึ่งผจก.ยูได้พูดแก้ตัวเรื่องนี้ถึง 2ครั้ง ที่รพ.บำรุงราษฎ์และที่โรงแรมวันนัดเจรจากันครั้งแรก

เป็นการแก้ตัว โกหกหลอกลวง เพื่อเอาตัวรอดแบบแย่มากๆ ทำเหมือนกับว่า พี่เมและคุณป้า ตาบอด หูหนวก โง่มากที่ไม่รู้ว่าหมอคนไหนเป็นคนผ่าเข้า ผ่าออกให้

***จึงทำให้บิวคาดการ์ณว่า สิ่งที่รพ.แกรนด์และKTOP คลินิก หากออกมาชี้แจงประเด็นหมอลีแอบผ่าตัดในไทยโดยไม่มีใบอนุญาติ ก็คงจะโกหกว่าหมอลีไม่ได้เป็นทำหัตการใดๆในคลินิกไทยแน่นอน***

คำถามคือ


แล้วหมอไทยคนไหนเป็นคนทำให้?!?!?

อยากรู้เหมือนกันคะ ว่าหมอไทยคนไหนจะออกมาเป็นแพะรับบาปแทนหมอเกาหลี

อยากรู้ว่าจะมีหมอไทยคนไหนที่ยอมเสี่ยงเอาใบประกอบวิชาชีพตัวเองมาแลก

อยากรู้ว่าจะมีหมอไทยคนไหนจะยอมลดเกียรติความเป็นหมอ ความเป็นคน อย่างไร้จรรยาบรรณ ไร้จริยธรรม

อยากรู้ว่าจะมีคนไทยคนไหนที่จบหมอแต่ยอมเป็นขี้ข้าคนเกาหลี เพื่อแลกกับเงินอย่างไร้ศักดิ์ศรี

คงต้องรอติดตามกันดูต่อไปนะคะ ^^
-----------------------

#ประเด็นผจก. KTOPคลินิกไปแอบเซ็นปกปิดเคสพี่เมโดยไม่ได้รับอนุญาติ

ได้ไปแจ้งกับทางรพ.บำรุงราษฎ์ว่า
ให้เคสพี่เมเป็นความลับ ห้ามบอกใคร เพื่อความเป็นส่วนตัวของคนไข้เอง...
โดยไม่ได้รับอนุญาติ จริงๆคือไม่มีการขอ ไม่มีการบอกกล่าวใดๆทั้งสิ้น กับคุณป้าที่เป็นคุณแม่พี่เลย พวกเรามารู้ทีหลังกัน

เรามารู้ตอนที่มีคนทราบเรื่องและโทรมาต้องการจะเยี่ยมไข้พี่เม แต่ทางรพ.บอกว่า ไม่มีคนไข้ชื่อ จีระนันท์ กิจประสานเลย

บิวจึงได้เช็คข้อเท็จจริงเรื่องนี้กับหัวหน้าพยาบาลและขอเข้าพบแพทย์ผู้บริหารรพ.เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนได้เห็นเอกสารว่า ใครเป็นคนไปเซ็น ซึ่งเป็นชื่อจริงของผจก. KTOP คลินิก

พวกเราทุกคนอึ้งมาก กับการกระทำลับหลัง ที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและเป็นการแอบเซ็นโดยที่เจ้าตัวไม่อนุญาติ แต่ด้วยตอนนั้นทุกคนกังวลแต่อาการของพี่เมเป็นอันดับหนึ่งอยู่ จึงยังไม่ทันได้จัดการอะไร และพอเข้าใจสถานการ์ณได้ว่า ผจก.KTOP
(ชื่อเล่นว่า ตาลเป็นน้องของสามีอุ้ม)
คงถูกสั่งให้ทำ ไม่จากอุ้ม ก็จากรพ.แกรนด์ เพื่อปกปิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นของพี่เม เพื่อรักษาชื่อเสียงของตัวเอง
------------------------

#ประเด็นความจริงที่เอเย่นอุ้มไม่เคยโผล่หัวมาเยี่ยมพี่เมสักครั้ง

ตลอดเวลาที่พี่เมเจ็บป่วยทนทุกข์ทรมานปางตายที่บ้าน เลือดใหลไม่หยุด ต้องไปๆมาๆฉีดยาที่ KTOP ทุกวัน สภาพเหมือนผัก จนน้ำหนองน้ำเลือดทะลักออกมาทางแผลรักแร้

จนต้องผ่าตัดซิลิโคนออกด่วน มานอนห้องICUหลายคืน จนย้ายรพ.ที่ 2
จนออกจากรพ. ตลอดจนทำกายภาพ
เอเย่นอุ้มก็ไม่เคยมาหาพี่เมเลยสักครั้งเดียวย้ำว่าไม่เคยมาเลยสักครั้งเดียว *ซึ่งป่วยนานมากกกกก
อ้างว่า ติดงาน ยุ่ง อยู่เกาหลี ติดลูกค้า ตลอดเวลา....

ไอชั่ว แล้วพี่กูไม่ใช่ลูกค้ามึงหรอ!?!? ลูกค้าใหม่ที่มึงได้เงิน กับลูกค้าที่มึงก็ได้เงินแต่เค้าอาการหนักหลังมึงพาไปทำ มึงเคยแสดงความสนใจ ห่วงใยอะไรเค้าจริงๆบ้าง!?!?!?

ไม่ มี เลย!!!!!! นอกจากคำพูด การส่งไลน์ ว่าอุ้มเป็นห่วง อุ้มไม่ทิ้งคะ ไม่ต้องห่วงนะคะ อุ้มทำเต็มที่
แต่พวกเราทุกคน กลับไม่มีใครรู้สึกถึงความเป็นห่วง หรือการดูแลอย่างที่เอเย่นดีๆควรจะทำจากอุ้มเลยสักนิดเดียว ได้รับแต่ความหลอกลวง โกหก ตอแหล เอาตัวรอดไปวันๆ แบบขอไปที และพูดแต่อุ้มทำดีที่สุดแล้วๆ

และตอนที่ได้เจออุ้มคือหลังจากพี่เมออกจากรพ.แล้ว เริ่มหายแล้ว แต่ยังไม่ปกติต้องคอยทำกายภาพ

****ความเป็นจริงคือ ที่ได้เจออุ้มเพราะพี่เมยืนยันขอไปพบอุ้มกับหมอลี
ในวันที่มีงานโปรโมต โปรโมชั่นการศัลยกรรมของรพ.แกรนด์ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อหาลูกค้าไทยไปทำ (เฉือด) ที่เกาหลี ซึ่งที่พี่เมขอไปพบในงานนี้ เพราะทำให้มั่นใจว่า อุ้มและหมอลีไม่หนีแน่ หนีไม่ได้ เราจะได้พบแน่......

นี่น่ะหรือ อุ้มทำเต็มที่สุดความสามารถเท่าที่อุ้มจะทำได้ แค่การได้เจอตัวอุ้ม ยังแม่งโคตรยากเลย (ให้ทุกคนนึกภาพตามเอาเองนะคะ)

ตอนที่พี่เมอยู่รพ. ปางตายโคม่าทั้ง 2รพ. อุ้มได้ส่งตัวแทนอุ้มมาเยี่ยมพี่เม 2ครั้ง เป็นแค่ตัวแทนที่มาบอกเราว่าเป็นลูกน้องบริษัทอุ้ม มาบอกว่า อุ้มติดงานที่เกาหลี มาไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วย

และอีกครั้ง ตอนนัดเจรจาตกลงกันครั้งแรก อุ้มได้ส่งตัวแทนเป็นเพื่อนสนิท ทีทำงานเป็นเอเย่นทีมเดียกันมาคุยแทนอุ้ม ชื่อออดี้ (เหตุผลเดิม อุ้มติดงาน อุ้มยุ่ง อุ้มติดลูกค้าจริงๆ)

ทั้งๆที่คุณป้าพยายามขอร้อง ยืนยันว่าขอคุยกับอุ้ม และพวกเรายังเลือกนัดสถานที่คุยให้ใกล้กับสนามบินมากที่สุด เผื่อว่าอุ้มจะเปลี่ยนใจ บินกลับมาจากเกาหลีเพื่อมาคุยกัน มาดูอาการพี่เม มายืนอยู่เคียงข้างพี่เม อย่างน้อยทำอะไรไม่ได้ แต่ทำให้สบายใจได้ ว่าเอเย่นไม่ทิ้งแน่ สุดท้ายมันก็ไม่มาจริงๆคะ

(เล่าย้อนหลังตอนที่อุ้มส่งตัวแทนมาแทนตัวเองแต่ตัวเองไม่ยอมมา)
พวกเราทุกคนต้องขอร้องผ่านออดี้ ที่เป็นเพื่อนอุ้ม ที่มาคุยในฐานะตัวแทนอุ้ม ทั้งที่พวกเราต้องการคุยกับอุ้ม ต้องการเจอหน้าอุ้ม แต่ไม่ได้เจอ เจออดี้แทน เลยขอให้ออดี้ไปบอกอุ้มว่าอย่าทิ้งกัน ไม่มีอะไรจะต้องกลัว ถ้าอุ้มไม่ทิ้ง เราทุกคนเข้าใจดีว่าอุ้มคงกลัวมาก เลยทำให้ไม่กล้าสู้หน้า แต่อุ้มทำแบบนี้ไม่ได้ ไม่ถูกต้อง ไม่สมควรเลย ทำแบบนี้กับพี่เมได้ยังไง?? แค่ติดต่อยังรู้สึกยากเลย ก็แค่คุยกับคุณป้า ตรงไปตรงมาเพื่อให้ทุกคนรู้สึกดี รู้สึกมั่นใจ

หลังจากฝากข้อความไปกับออดี้
อุ้มก็ติดต่อกลับมาแบบดีขึ้นนิดนึง
คุณป้าโทรไปก็รับสาย กลับมาคุยเป็นคนปกติ (ไม่เป็นเปรต) และรับปากว่าจะไม่ทิ้ง จะช่วยเต็มที่...

แต่ของจริงคือไม่ช่วยอะไรเลย
หลังจากพี่เมรอดตายและตกลงกันไม่ได้ อุ้มก็ชิ่งเลย เข้าใจสรุปง่ายๆว่า

ต่อไปมีอะไรให้คุณแม่และพี่เมคุยตรงกับรพ.แกรนด์เองนะคะ อุ้มเป็นแค่คนประสานงาน คุณเมจ่ายเงินตรงที่รพ.แกรนด์เอง อุ้มไม่ได้เป็นเอเจ้นให้คุณเมนะคะ.....
เฮ้ยย เหี้ยได้ขนาดนี้เลยหรอ ที่จ่ายเงินตรงกับแกรนด์ ก็เพราะมึงนัดไปปรึกษาที่รพ.แกรนด์นิ และตอนวางมัดจำที่รพ.แกรนด์ มึงก็อยู่ด้วยทุกวินาที ตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษาจนวางเงินมัดจำ....

สรุปคือได้เจอ 1ครั้ง ตอนจัดงานโปรโมตที่ไทย ฝ่ายเราเป็นคนขอไปพบ ไม่ใช่อุ้มเป็นคนนัดหรือเสนอการพบกันนะคะ บอกเลยถ้าไม่มีงานนั้น ก็อาจไม่ได้เห็นหน้ามันเลย

นี่คือความจริงทั้งหมด ซึ่งการกระทำของอุ้ม ไม่ได้เป็นอย่างที่อุ้มชี้แจงแต่อย่างใด การติดต่อประสานงาน สอบถามอาการต่างๆจากหมอลี หรือรพ.แกรนด์นั้น มันเป็นหน้าที่ปกติอยู่แล้วที่ต้องทำให้อยู่แล้ว แต่อาการพี่เมนั้นไม่ปกติ คุณรู้ดี คุณจะมาทำแบบปกติทั่วไปอย่างเคสอื่นได้อย่างไร แล้วมาบอกว่า รับผิดชอบ มันไม่ใช่เลย

------------------------

#ประเด็นหลังจากพี่เมออกมาพูดความจริงทางทีมเอเย่นอุ้มได้มีการโพสข้อความในทำนองถากถางจิกกัดสร้างกระแสว่าไม่ได้เงิน60ล้านแล้วออกมาดิ้นและมีการแช่งให้พี่เมตายโดยการฉีดยาตายเป็นเรื่องสนุกปาก

เรื่องนี้แก้ได้ 2อย่าง


1. ไม่ได้พาดพิงถึงพี่เม เพราะไม่ได้ระบุชื่อจริง นามสกุลแค่พูดลอยๆ ตามประสาหมาเห่าทั่วไป
2. พอรู้กระแสว่าการกระทำแบบนี้ ทำให้คนไม่ชอบ เลยรีบลบโพสออกเพื่อไม่ให้ถูกโจมตีหรือเป็นหลักฐานให้สังคมประนามอุ้มได้

ถ้าพวกคุณพาดพิงถึงพี่เมจริง ก็ให้มาโพสหน้าเฟสพี่เม ตรงไปตรงมา ชัดเจน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ว่าคุณว่าใคร และหมายถึงอะไรกันแน่ เราจะได้รู้แน่ชัดและเข้าใจตรงกัน มีข้อเท็จจริง
มีหลักฐานพิสูจน์ได้ถึงสิ่งที่พวกคุณคิดและทำยังไงกับพี่เมกันแน่ ที่เป็นลูกค้าที่เกือบตายของพวกคุณ
ไม่ต้องมาหลบๆซ่อนๆ แอบทำแอบลบ หรือถ้าเป็นผชก็ไม่ต้องทำแบบที่พวกหน้าตัวเมียเค้าทำกัน
การที่โพสเชียร์คนที่เรารัก เราห่วงใย มันทำได้หมด ไม่ว่าจะเพศไหนๆ แต่ผชที่กัดจิกผญ ลับหลังนั้น เรียกได้เต็มๆว่าหน้าตัวเมีย

อย่าดีแต่ปากกัน อย่าเป็นได้แค่นักเลงคีย์บอด เวลาจริงกลับหายหน้า นัดแล้วไม่มา ไม่เห็นหัว หลบอยู่ในกระดอง ให้คนอื่นคอยออกรับหน้าแทน

ถ้าพวกคุณมีความกล้าหาญพอที่จะพูดความจริง แสดงความจริงใจ มีน้ำใจคนและน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ รู้ว่าผิดพลาดก็แก้ไขได้ และรับผิดชอบด้วยการกระทำให้มันดีขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่แก้ตัวและคอยหาพวกพ้องคอยโพส คอยเห่าอยู่แบบนี้ ไม่เห็นจะดูเท่ตรงไหน ดูโคตรตุ๊ดเลย

สำหรับบิว
ถ้าอุ้ม Russarin Chusinkawiphat (oum sa-rang) หมอลี หรือทีมของอุ้มทั้งหมดที่ไม่เข้าใจ ไม่รู้สึกผิด ไม่มีสามัญสำนึกที่ดี ที่ไม่เสียใจกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น แล้วยังกล้าสนุก กล้าปากดีสุดๆบนความทุกข์ของคนอื่น

งั้นก็มาลองแลกกันหน่อยเป็นไง??

ถ้ากล้าจริง มาลองฉีดเชื้อตัวนี้เข้าเลือดตัวเอง มาลองถูกกรีดผ่านมออก
(หากเป็นผช ก็ผ่าตัดกรีดเนื้ออวัยวะเพศผู้ออกไปเลย) ผ่าเข้าผ่าออก เอามีดกรีดแขนไปกรีดแขนมา มาลองนอนปางตายไม่รู้ว่าตัวเองจะตายหรือจะรอด มาลองติดเชื้อเข้าปอด ลามเข้ากระดูกสันหลัง ลามขึ้นสมองให้ดูหน่อยสิ เผื่อมันจะทดแทนกันได้ เผื่อว่าจะเข้าใจความทุกข์ ความเสียใจของคนอื่นบ้าง ถ้าแน่จริง มาแลกกัน

ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ดี ว่าศัลยกรรมพลาดกันได้ ติดเชื้อได้
และพวกคุณเองทุกคน ก็คงไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว พวกคุณก็สามารถทำให้ดีกว่านี้ได้ แต่กลับไม่ทำ

วันที่ 19/07/61
พรรณตรี มายะการ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook เม จีระนันท์

 

 

อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากล พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจ ติดตาม Music.trueid.net ได้อีกช่องทางที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID

 

Tags

ข่าวนักร้องไทย ประเด็นร้อน เม จีระนันท์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top